
ยื่นตีความ "นิวัฒน์ธำรง" สกัดเกมเร่งเลือกตั้ง
แม้การประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง
แม้การประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. จะเลื่อนออกไปเนื่องจากเกิดการขัดแย้งกันเรื่องสถานที่ประชุม แต่ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ ตกลงกันได้และจะประชุมกันในวันที่ 15 พ.ค. ที่หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง แต่มีแนวโน้มที่จะยังไม่มีข้อยุติเรื่องวันเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากทาง กกต. เตรียมจะเสนอให้รัฐธรรมนูญตีความอำนาจหน้าที่ของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ว่า จะสามารถทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่
แหล่งข่าวจาก กกต. ระบุว่า รัฐบาลต้องตอบให้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างกรณีที่รัฐบาล โดย คณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา ที่จะรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญของรัฐสภา เพื่อถอดถอนบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ได้ ว่าแตกต่างอย่างไรกับ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ที่จะทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
“ถ้าไม่ชัดเจน กกต.ก็จะเสนอให้รัฐบาลส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 100 กว่าคนได้พิจารณา หากได้ผลอย่างไร กกต.จึงมีการพิจารณาอีกครั้ง และถ้า กกต.มีความเห็นแตกต่าง ก็จะมีการเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยโดยใช้ช่องทางความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 214” แหล่งข่าวจากที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ระบุ
นอกจากนี้ กกต.จะเสนอให้มีการเพิ่มเติมข้อความว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้ง ตามที่ กกต.ร้องขอ ไว้ในมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าว เพราะหากเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องขอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้ง คือ 1.กรณีไม่สามารถทำให้เกิดการรับ สมัคร สส.ทั้ง 375 เขตเลือกตั้งได้ กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 1 สัปดาห์
ขณะประเด็นที่ 2.กรณีเกิดปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง หรือบัตรเลือกตั้งไม่สามารถกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ กกต.คาดจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 2 สัปดาห์ และ 3.กรณีลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด กกต.คาดจะใช้เวลาแก้ไขปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 1 เดือน
ทั้งนี้ กกต.เห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่สามารถใช้มาตรา 78 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว.สั่งระงับการลงคะแนนแล้ว จึงค่อยไปจัดการลงคะแนนในภายหลัง เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกตีความเป็นการเลือกตั้งล่วงหลัง ซึ่งการเลือกตั้งได้ในบางหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง จะมีผลชี้นำการลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตที่จัดขึ้นทดแทนได้
สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่า ในการประชุมหารือวันที่ 15 พ.ค.นั้น กกต.ยังคงตั้งคำถามเรื่องความชัดเจนว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่ และรัฐบาลเห็นอย่างไรกับการที่ กกต.ต้องการให้มีการบรรจุข้อความว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้งไว้ในร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังการหารือร่วมกับรัฐบาลแล้วหากมีข้อสรุปว่าจะเดินหน้า เลือกตั้ง รัฐบาลน่าจะเป็นผู้มีคำตอบว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่นั้นเพียงพอที่จะทูลเกล้าฯ และโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. เพื่อให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ทันหรือไม่
ด้าน นิวัฒน์ธำรง ได้ออกมาแถลงยืนยันว่าอำนาจหน้าที่ ความเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีของตัวเองมีอยู่สมบูรณ์ โดยอ้างอิงจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่
ขณะที่ อำนาจหน้าที่ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีในการทูลเกล้าฯ ถวายร่างกฎหมายต่างๆ นั้น นิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่า สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 ที่ระบุว่า ผู้รับสนองพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องเป็นรัฐมนตรีขึ้นไป ตามที่ได้รับมอบหมาย และร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง สส.ทั่วไป เป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารที่ต้องดำเนินการ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการทูลเกล้าฯ
นิวัฒน์ธำรง ยังได้ระบุถึงความพยายามของวุฒิสภาที่จะแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ว่า ทำไม่ได้ไม่มีกฎหมายรองรับ
“รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธว่า ท่านจะคิด จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ท่านทำได้ แต่ก่อนทำต้องคิดถึงข้อกฎหมายก่อน การเลือกตัวบุคคลไม่ยาก แต่ที่สำคัญเรากำลังใช้กฎหมายใดเพื่อทำการนี้ ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ ถึงทำมาอย่างไรถ้าไม่ผ่านข้อนี้ก็ทำไม่ได้ แม้ว่าข้อเสนอนั้นจะเป็นข้อเสนอที่ดี แต่ไม่ถูกกฎหมายสุดท้ายก็จะติด” นิวัฒน์ธำรง กล่าว







