สว.ผนึกองค์กรอิสระหนุนให้เร่งมีนายกฯใหม่
ที่ประชุมสว.ผนึกองค์กรอิสระเรียกร้องให้มีนายกฯใหม่ ตั้งรัฐบาลปฎิรูปประเทศ 6-12 เดือน เผยกกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้หากสถานะนิวัฒน์ธำรงไม่ชัดเจน เตรียมพบผู้นำเหล่าทัพ 15 พ.ค.
ที่ประชุมสว.ผนึกองค์กรอิสระเรียกร้องให้มีนายกฯใหม่ ตั้งรัฐบาลปฎิรูปประเทศ 6-12 เดือน เผยกกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้หากสถานะนิวัฒน์ธำรงไม่ชัดเจน เตรียมพบผู้นำเหล่าทัพ 15 พ.ค.
นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา และโฆษกคณะทำงานประสานองค์กรและสรุปข้อมูล แถลงผลการประชุมระหว่างวุฒิสภากับตัวองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภาคเอกชนว่า องค์กรต่างๆที่เข้ามาร่วมประชุมวุฒิสภามีความเห็นร่วมกันว่าจะปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีอำนาจเต็มรวมทั้งมีปัญหาวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ จึงควรที่จะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมืองโดยเร็ว และรัฐบาลดังกล่าวควรปฎิบัติหน้าที่เฉพาะกิจตามที่จะกำหนด สาระสำคัญที่รัฐบาลเฉพาะกิจควรกระทำ คือ การปฎิรูปและจัดการบ้านเมืองให้เข้าสู่ความเรียบร้อยระดับหนึ่งแต่อยู่ในระยะเวลาจำกัดอาจจะประมาณ 6-12 เดือนแล้วแต่ความเหมาะสม จากนั้นถึงนำไปสู่การเลือกตั้งที่คิดว่าน่าจะจัดการเลือกตั้งได้ประสบความสำเร็จเรียบร้อยและไม่มีปัญหาเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
“เรารับจะเป็นเจ้าภาพในการประสานทุกภาคส่วนหาความลงตัวให้ได้ ถ้าทุกส่วนเห็นพ้องต้องกันว่าให้วุฒิสภาดำเนินการโดยไม่มีข้อติดขัดใดๆเลยเราจะดำเนินการไปถึงจุดเป้าหมายนั้น แต่ถ้าติดในจุดใดอันเป็นอุปสรรคและอาจนำมาซึ่งความระคายเคือง เราจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างมากที่สุด” นายวันชัย กล่าว
นายวันชัย กล่าวว่า ขอให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้หยุดการกระทำคุกคาม แต่หากยังไม่หยุดทางวุฒิสภาจะดำเนินการเอาผิดทางอาญากับนายธาริตต่อไป
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ให้ข้อมูลมาว่ากกต.ไม่มั่นใจในสถานภาพของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพราะมีข้อสงสัยว่าเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2556 แทนนายกฯหรือไม่ อันจะทำให้กกต.เกิดคำถามต่อไปว่านายนิวัฒน์จะมีอำนาจที่จะนำพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาฉบับเดิมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่และจะมีอำนาจลงนามรับสนองพระบรมราชโองการหรือไม่
นายคำนูณ กล่าวว่า แม้ว่านายนิวัฒน์จะยืนยันโดยอ้างความเห็นของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าตัวเองมีอำนาจ แต่กกต.เห็นว่ายังไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น จึงต้องการให้ที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการให้ความเห็น โดยถ้ายังไม่มีความชัดเจนจะยังไม่มีการเจรจาในการกำหนดเนื้อหาในพระราชกฤษฎีกา นอกจากนี้ กกต.ต้องการให้บรรจุไว้ในพระราชกฤษฎีกาว่าในกรณีที่จะมีความเสียหายอันตรายร้ายแรงต่อประเทศชาติให้กกต.สามารถเสนอให้นายกฯเพื่อดำเนินการเลื่อนวันเลือกตั้งใหม่ เบื้องต้นกกต.ต้องการให้ที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นแต่หากยังไม่เป็นที่พอใจก็อาจจะมีการนำเรื่องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
“ดังนั้น สิ่งที่เป็นการนำมาประกอบการตัดสินใจของสว. คือ ณ นาทีนี้แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งนั้นยังมองไม่เห็นว่าจะมีกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อมีกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นมาแล้วจะเลือกตั้งสำเร็จหรือไม่” นายคำนูณ กล่าว
เมื่อถามขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ที่วุฒิสภาจะเป็นผู้เสนอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ในนามของสว.ทั้งหมดไม่อยากให้มีการตั้งธงเช่นนั้น เพราะถึงนาทีนี้สว.รับฟังความคิดเห็นในทุกทาง ประชุมเพื่อหาทางออกในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการตั้งธงเรื่องที่วุฒิสภาต้องตั้งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะนั่นเป็นเพียงทางหนึ่งที่มีผู้เสนอเข้ามาซึ่งต้องมีความเห็นแตกต่างออกไป
“พูดง่ายๆขณะนี้เรากำลังอยู่บนลู่สองลู่ ลู่หนึ่ง คือ เมื่อคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งแต่ต้องอยู่ในตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 และมาตรา 180 วรรคสองก็บัญญัติให้ต้องมีกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ติดขัดที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร อีกลู่ทางหนึ่ง คือ เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องมีการเลือกตั้ง แต่ข้อมูลจากกกต.ก็มีความชัดเจนในระดับสำคัญว่ายังไม่มีแนวโน้มที่จะเห็นเลยว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่จะได้คลอดออกมาเมื่อไหร”นายคำนูณ กล่าว
พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สว.สรรหา กล่าวว่า กำหนดของวุฒิสภาในวันที่ 15 พ.ค.จะมีการไปพบกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)ในเวลา 10.00น.จากนั้นเวลา 13.30น.ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นจากปลัดกระทรวง ผู้นำเหล่าทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข306-308 อาคารรัฐสภา และเวลา15.30น.รับฟังความคิดเห็นจากองค์กรสื่อมวลชน และ ชมรมอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ2550ที่ห้องรับรอง อาคารรัฐสภา
“เรายังไม่มีข้อยุติจนบัดนี้ว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร แต่เราคิดไว้ว่ากระบวนการน่าจะมีสองขั้นตอน คือ ขั้นตอนของการปรับเปรียบกฎหมายหรือมีการดำเนินการให้เหมะสมเสียก่อน ส่วนกระบวนการด้านบุคคลนั้นอาจจะเป็นอีกระยะหนึ่งหลังจากที่การดำเนินการทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆเรียบร้อยแล้ว กระบวนการทั้งหมดนี้จะเป็นตามรัฐธรรมนูญกำหนดหรือเทียบเคียงอย่างใกล้เคียง ไม่ใช่การเสนอชื่อโดยบุคคลคนเดียว”พล.อ.อ.วีรวิท กล่าว
แหล่งจากที่ประชุมวุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับองค์กรต่างๆ ได้มีแนวความเห็นและทิศทางการแก้ไขปัญหา แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.การให้รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันลาออก เพื่อปลดล็อคปัญหาของการบริหารราชการ จากนั้นให้วุฒิสภาใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวข้องมาเทียบเคียงการสรรหาและนำเสนอรายชื่อนายกฯ ตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ และ 2.ให้รัฐบาลหารือร่วมกับวุฒิสภาหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วยการมีรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นมาทำงาน พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะใช้เวลาเท่าไร เพื่อแก้ไขปัญหาด้านใดบ้าง อย่างไรก็ตามในแนวทางต่างๆ ทั้งหมดยังต้องมีการหารือให้ได้ข้อยุติอีกครั้ง







