
"สุรชัย"เมินเพื่อไทยฟ้องคดีกบฎ
สุรชัยไม่ให้ราคาเพื่อไทยฟ้องคดีกบฎ ขอเดินหน้าแก้วิกฤติ ย้ำวุฒิสภาไม่เคยทำงานตามใจใคร
สุรชัยไม่ให้ราคาเพื่อไทยฟ้องคดีกบฎ ขอเดินหน้าแก้วิกฤติ ย้ำวุฒิสภาไม่เคยทำงานตามใจใคร
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวถึงก่อนการประชุมร่วมกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภาคเอกชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการเมืองว่า การประชุมในวันนี้จะมีการรับฟังถึงสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นว่าภาคส่วนต่างๆจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งจะเป็นการรับฟังข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผลในการแก้ไขปัญหา ในเบื้องต้นจะยังไม่มีการสรุปแต่จะเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เชิญมาในทุกเรื่อง
สำหรับกรณีที่หน่วยงานศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่มาร่วมประชุมนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทั้งนี้หากไม่สะดวกจะมาพบกับวุฒิสภา ตนเองก็พร้อมจะเดินทางไปพบด้วยตัวเอง
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ปราศรัยชัดเจนว่าอยากให้วุฒิสภาปฎิบัติตามความต้องการของกปปส. นายสุรชัย กล่าวว่า หลักการทำงานต้องมีความเป็นอิสระและต้องขอวุฒิสภาได้มีการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางปราศจากแรงกดดัน ซึ่งวุฒิสภาคงไม่สามารถที่จะไปปฎิบัติตามใจทุกอย่างได้ ซึ่งหากในหน่วยงานต่างๆที่มีหน้าที่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้ดีกว่าวุฒิสภาจริงก็พร้อมจะถอยให้ทันที
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไปฟ้องร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับวุฒิสภาในข้อหาร่วมกันก่อกบฎ นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่เป็นไร โดยที่ผ่านมาตนเองพูดอยู่เสมอว่าหากมีคนที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าก็พร้อมจะถอนตัวแต่การใช้การโจมตีด้วยวิธีนี้ประเทศก็จะยังไม่พ้นความเป็นวิกฤต ทั้งนี้ขอฝากถามไปยังคนกลุ่มนี้ว่าระยะเวลา 6-7เดือนที่ผ่านมาพวกท่านไปมัวทำอะไรกันอยู่ถึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งประวัติศาสตร์ทางการเมืองในช่วงปี 2551 และ2553 เพราะผู้ใหญ่ไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหา จึงทำให้ประชาชนตัดสินใจด้วยการรบกันและมีคนเสียชีวิต หากปล่อยเป็นอย่างนั้นอีกประเทศชาติจะเดินหน้าได้อย่างไร
นายสุรชัย กล่าว่า สิ่งที่วุฒิสภาดำเนินการทำหากไม่ทำก็จะถูกมองว่าได้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ และอาจส่งผลให้ปัญหาบานปลายและเกิดการเผชิญหน้า แต่หากทำก็จะถูกตำหนิ ดังนั้น ตนเองพร้อมยอมให้ถูกตำหนิในฐานะคนที่ดำเนินการแก้ไขปัญหามากกว่า ซึ่งดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับสิ่งที่นายสุเทพในฐานะผู้นำมวลชนออกมาพยายามกดดันวุฒิสภา นายสุรชัย กล่าวว่า ตนก็ทำใจและมองเป้าหมายของประเทศเป็นหลัก ซึ่งหากมัวมารับฟังเสียงที่ไม่สร้างสรรค์ประเทศก็จะเดินหน้าทำงานไม่ได้ ซึ่งตอนที่ตนตัดสินใจเข้ามาทำงานก็ยอมรับว่าจะเจอกับสภาพปัญหาแบบนี้ แต่หากยังนิ่งเฉยบ้านเมืองก็จะอยู่ไม่ได้







