posttoday
ปฏิรูปเลือกตั้งระบบสัดส่วนที่มีสมาชิกแบบผสม(MMP)

ปฏิรูปเลือกตั้งระบบสัดส่วนที่มีสมาชิกแบบผสม(MMP)

14 พฤษภาคม 2557

การเลือกตั้งถือเป็นกระบวนการที่จำเป็นต้องมีในระบอบประชาธิปไตย โดยระบบเลือกตั้งแบบผสมที่เราใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นระบบผสมแบบขนาน (Parallel) ซึ่งมีทั้งระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อคู่ขนานกัน โดยไม่ข้องแวะซึ่งกันและกันเนื่องจากจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อมีน้อยกว่าหลายเท่า จึงไม่สามารถแก้ปัญหาการไม่ได้สัดส่วนหรือสภาพการเป็นตัวแทนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนระดับชาติได้ดีเท่าที่ควร

การเลือกตั้งถือเป็นกระบวนการที่จำเป็นต้องมีในระบอบประชาธิปไตย โดยระบบเลือกตั้งแบบผสมที่เราใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นระบบผสมแบบขนาน (Parallel) ซึ่งมีทั้งระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อคู่ขนานกัน โดยไม่ข้องแวะซึ่งกันและกันเนื่องจากจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อมีน้อยกว่าหลายเท่า จึงไม่สามารถแก้ปัญหาการไม่ได้สัดส่วนหรือสภาพการเป็นตัวแทนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนระดับชาติได้ดีเท่าที่ควร

อย่างไรก็ดี ระบบผสมก็คงข้อดีคือการไม่เป็นเบี้ยหัวแตกและสภาพเข้าถึงได้อยู่พอสมควร

มาบัดนี้เราต้องมาชั่งน้ำหนักระหว่างเกณฑ์ที่ (1) สภาพการเป็นตัวแทน และเกณฑ์ที่ (2) การไม่เป็นเบี้ยหัวแตกให้ดี ในสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่สำคัญ 3 ครั้ง ได้แก่ การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในปี 2549 ของ นปช. ในปี 2553 และของ กปปส. ในปี 2556 ต่อเนื่องถึงปี 2557 ดูเหมือนว่ามีผู้คนจำนวนมากที่ไม่อยากให้รัฐบาลอยู่จนครบวาระจนออกมาประท้วงกัน มากกว่าจะกังวลว่ารัฐบาลจะขาดเสถียรภาพ มีผู้คนจำนวนมากที่กลัว “การใช้เสียงข้างมากลากไป” มากกว่าจะกังวลว่ารัฐบาลผสมจะบริหารราชการได้ไม่เฉียบขาดเท่ารัฐบาลพรรคเดียว ดูเหมือนว่าเกณฑ์สภาพการเป็นตัวแทนน่าจะได้รับความสำคัญมากขึ้น และเกณฑ์การเป็นเบี้ยหัวแตกน้อยลง

หากเป็นเช่นนี้และหากจะคงระบบเลือกตั้งไว้ในตระกูลระบบผสม เพราะตอบสนองเกณฑ์ทั้งสามข้อได้ดีกว่าตระกูลคะแนนนำ/เสียงข้างมาก หรือตระกูลสัดส่วนล้วนๆ เราก็ควรพิจารณาน้ำหนักระหว่างเกณฑ์ที่ (1) กับเกณฑ์ที่ (2) ในที่นี้ขอเสนอให้เพิ่มน้ำหนักแก่เกณ์ฑ์ที่ (1) โดยใช้ระบบสัดส่วนที่มีสมาชิกแบบผสม (MixedMember Proportional System or MMP) ซึ่งปัจจุบันมีที่ใช้อยู่ประมาณ 10 ประเทศ ที่สำคัญคือ เยอรมนี นิวซีแลนด์ โรมาเนีย ฮังการี สำหรับผู้ไปลงคะแนนระบบนี้ก็คล้ายกับระบบผสมแบบคู่ขนานที่ใช้ในปัจจุบันกล่าวคือ ผู้ลงคะแนนกาบัตร 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกผู้สมัคร อีกใบหนึ่งเลือกพรรคการเมือง (หากเลือกระบบบัญชีแบบเปิด หรือ 0pen List จะยุ่งยากขึ้นเล็กน้อย กล่าวคือในบัตรบัญชีรายชื่อนอกจากจะเลือกพรรคแล้ว ยังต้องเลือกผู้สมัครคนหนึ่งในบัญชีรายชื่อด้วย ดังจะกล่าวต่อไป)

ในระบบผสมผู้สมัครแบบแบ่งเขตผู้ใดมีคะแนนนำ ผู้นั้นก็ได้รับเลือกตั้งในระบบผสมแบบคู่ขนาน จำนวนผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อหนึ่ง จะเป็นสัดส่วนกับคะแนนที่บัญชีนั้นได้รับ แต่สำหรับระบบสัดส่วนที่มีสมาชิกแบบผสม (MMP) จำนวนที่นั่งในสภาของพรรคการเมืองหนึ่งจะเป็นสัดส่วนกับคะแนนบัญชีรายชื่อระดับชาติที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ

ในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 (เมื่อยังไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมและได้ใช้ในการเลือกตั้งปี 2550) เขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมี 8 เขต แต่ละเขตมีประชากรใกล้เคียงกันประมาณ 7.8 ล้านคน (คำนวณจากประชากรในขณะนั้น) การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่มีหลายเขตแทนที่จะมีเขตประเทศเขตเดียว มีข้อดีคือลดการครอบงำของนักการเมืองส่วนกลาง ทำให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อขยันขันแข็งในการหาเสียงในเขตของตนและส่งเสริมอัตลักษณ์ทางการเมืองของภูมิภาค อย่างไรก็ดี เนื่องจากกฎหมายบัญญัติให้แต่ละเขตต้องมีประชากรใกล้เคียงกัน ผลคือบางจังหวัดแทนที่จะอยู่ในภูมิภาคตามประเพณีนิยม คือ ภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ กลับไปอยู่ผิดภูมิภาคก็มี หากเราเน้นเกณฑ์ความเป็นภูมิภาคทางชาติพันธุ์ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม ก็อาจลดหย่อนเกณฑ์ที่จะให้ทุกเขตมีประชากรใกล้เคียงกันลง อย่างไรก็ดี แต่ละเขตพึงมี สส.แบบบัญชีรายชื่อตามสัดส่วนประชากรในเขตนั้นอยู่ดี

หากเขตการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีขนาดเล็กลง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจพอรู้จักกับผู้สมัครในบัญชีรายชื่อเป็นบางคน (กรณีใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ รายชื่อจะยาวมาก) และหากใช้ระบบบัญชีรายชื่อแบบเปิด คือไม่ให้พรรคการเมืองเป็นผู้เรียงลำดับผู้สมัครในบัญชีรายชื่อ หากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เลือกผู้สมัครคนหนึ่งในบัญชีรายชื่อ โดยกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งพร้อมกับการเลือกพรรค แล้วเอาคะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคนได้รับมาจัดเรียงลำดับตามคะแนนให้ผู้สมัครที่ประชาชนสนับสนุนมาอยู่ในลำดับต้น และมีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากกว่าก็จะลดอิทธิพลของ “ผู้ใหญ่” ในพรรคลง และเพิ่มการมีสิทธิมีเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งผู้แทนของตน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท