posttoday
ศอ.รส.ซัด"สุรชัย"ล้ำเส้นทำผิดกม.ยุยงรุนแรง

ศอ.รส.ซัด"สุรชัย"ล้ำเส้นทำผิดกม.ยุยงรุนแรง

14 พฤษภาคม 2557

ศอ.รส. เรียกร้อง ส.ว.ยุติเสนอนายกฯ มาตรา 7 ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อ เข้าข่ายร่วมสนับสนุน “สุเทพ” ทำผิด หวั่น เกิดเหตุรุนแรง

ศอ.รส. เรียกร้อง ส.ว.ยุติเสนอนายกฯ มาตรา 7 ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อ เข้าข่ายร่วมสนับสนุน “สุเทพ” ทำผิด หวั่น เกิดเหตุรุนแรง
           
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 8 เรื่อง ข้อเรียกร้อง และแจ้งเตือนสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกลุ่มต่างๆ ให้ยุติการคัดเลือก และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (นายกรัฐมนตรี มาตรา 7) โดยระบุว่า บัดนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับแกนนำ ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่างๆอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายกับประเทศชาติตลอดมา จนในที่สุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องนายสุเทพ กับพวกถึง 51 คน ในข้อหาอุกฉกรรจ์ที่สำคัญ ได้แก่ ร่วมกันเป็นกบฎ ร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง ร่วมกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร และข้อหาอื่นๆ รวม 9 ข้อหา โดยเฉพาะนายสุเทพ และนายชุมพล จุลใส ซึ่งถูกสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายเพิ่มเติมอีกด้วย

นายธาริต กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของนายสุเทพ กับพวก นอกจากเป็นความผิดทางกฎหมายแล้ว ยังมีข้อเรียกร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย อาทิ การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 และมาตรา 7 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย แม้รัฐบาลจะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่นายสุเทพ กับพวก ยังกระทำการขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้ง จนในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีบางคนสิ้นสุดลง อีกทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้มีมติว่าข้อกล่าวหามีมูลกรณีการยื่นถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งถือว่าข้อเรียกร้องของนายสุเทพ ที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ได้รับการตอบสนองแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ และรัฐมนตรีบางคนสิ้นสุดลงเฉพาะตัว และวินิจฉัยต่อไปว่าเป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นการเฉพาะให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 182ยังคงต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติมอบหมายให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 10 ของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นายธาริต กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตามที่นายสุเทพ กับพวก นำมวลชนเดินทางไปเรียกร้องที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งออกแถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ร่วมกันคัดเลือก และทูลเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7 ศอ.รส.เห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวของนายสุเทพ ไม่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เนื่องจากการแต่งตั้งนายกฯ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 มาตรา / และมาตรา 173 โดยนายกฯ ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ปัจจุบันยังไม่อาจมีการเลือกตั้งส.ส.ทำให้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรที่จะทำหน้าที่คัดเลือก และให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ ได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับปัจจุบันยังคงมีคณะรัฐมนตรีที่มีนายนิวัฒน์ธำรง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี อยู่ การดำเนินการที่จะให้มีนายกฯคนกลาง จึงเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจ โดยเฉพาะการดำเนินการเพื่อจัดตั้งนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีขึ้นอีกชุดหนึ่งในขณะที่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ นอกจากจะเป็นการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายแล้ว ยังจะเป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง

ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ส.ว.รวมถึงกลุ่มการเมือง และกลุ่มผู้สนับสนุนบางกลุ่ม ยุติการกระทำผิดกฎหมาย ด้วยการคัดเลือกและทูลเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายแล้ว ยังจะเป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรง และเหตุร้ายขึ้นในบ้านเมือง ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันมีข้อมูลเพียงพอที่บ่งชี้ได้ว่าจะเกิดความรุนแรง และเหตุร้ายขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส.โดยเฉพาะหากยังมีการคัดเลือก และเสนอแต่งตั้งนายกฯขึ้นมาใหม่ตามที่ กปปส. เรียกร้อง จะต้องเกิดความไม่พอใจจากมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งอย่างรุนแรง และลุกลามไปถึงการก่อเหตุร้ายและเข้าปะทะกันอย่างแน่นอน จนอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ในที่สุด

นายธาริต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้คือ การที่ส.ว.บางคน และกลุ่มผู้สนับสนุนบางกลุ่ม ให้การสนับสนุนกิจกรรม และแนวทางดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะการคัดเลือกแต่งตั้งนายกฯ มาตรา 7 ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายสุเทพ กับพวก ที่ได้ถูกพนักงานอัยการสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง และฐานความผิดอื่นๆนั้น บุคคลและกลุ่มบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับนายสุเทพ กับพวก อาจมีความผิด และอาจถูกดำเนินคดีฐานให้การสนับสนุน หรือเป็นตัวการร่วมสมคบคิดไปด้วย ซึ่ง ศอ.รส.จะติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป อย่างไรก็ตาม ด้วยความเคารพต่อส.ว.ทุกท่าน ศอ.รส.มีความเชื่อมั่นต่อความเป็นผู้รักษากฎหมาย และเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่จะไม่กระทำในสิ่งที่นอกเหนือกฎหมาย และจะปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการตามที่ได้ปฏิญาณตนไว้ก่อนเข้ารับหน้าที่ การที่ ศอ.รส.จำเป็นต้องมีแถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจอันถูกต้อง และหลีกเลี่ยงเหตุความไม่สงบและเหตุร้ายแรงต่างๆที่จะเกิดขึ้น ศอ.รส.จึงเห็นสมควรแถลงการณ์มาเพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งแถลงการณ์ฉบับนี้เป็นความเห็น และดำเนินการโดยฝ่ายบริหารของ ศอ.รส.โดยตรง ไม่ได้ขอให้ฝ่ายทหารร่วมมีความเห็นและดำเนินการด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท