posttoday
ปฏิรูปพลังงานอย่างไรให้ยั่งยืน?

ปฏิรูปพลังงานอย่างไรให้ยั่งยืน?

14 พฤษภาคม 2557

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง การทวงคืนปฏิรูปพลังงานได้สร้างความตื่นตัวในสังคมไม่น้อย แม้เป็นกระแสย่อยแต่ก็เชี่ยวกรากด้วยการผลักดันกันทุกรูปแบบ เหนือเข็มขัด ใต้เข็มขัด หากเวทีไหนไม่นำเสนอก็ถูกหาว่าไม่จริงใจปฏิรูปประเทศ

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง การทวงคืนปฏิรูปพลังงานได้สร้างความตื่นตัวในสังคมไม่น้อย แม้เป็นกระแสย่อยแต่ก็เชี่ยวกรากด้วยการผลักดันกันทุกรูปแบบ เหนือเข็มขัด ใต้เข็มขัด หากเวทีไหนไม่นำเสนอก็ถูกหาว่าไม่จริงใจปฏิรูปประเทศ

แนวคิดสังคมนิยมควบกับชาตินิยม เกิดเป็นประชานิยมที่โดนใจทั้งผู้มีรายได้น้อยและคนชั้นกลาง เช่น การกำหนดราคาน้ำมันถูกๆ เพราะคิดว่าไทยมีปิโตรเลียมเหลือเฟือ การทวงคืน ปตท. หรือผลักดันระบบแบ่งปันผลผลิต ซึ่งตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือเท็จบ้าง การตลาดแบบ Hate Speech และฐานความคิดที่ไม่รอบคอบ เช่น ขัดกับหลักที่พิสูจน์แล้วทั่วโลกว่ารัฐควรมีขนาดและอำนาจเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ

บทเรียนจากต่างประเทศ นโยบายประชานิยมอาจเป็นที่ชื่นชอบในช่วงแรก ที่สุดแล้วก็เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง เศรษฐกิจแทบล่มสลาย อาทิ ประเทศเวเนซุเอลาในปัจจุบัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ในอดีต (Dutch Disease) หรือประเทศอินโดนีเซียอดีตโอเปกที่ปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน

ประเทศไทยเอง นโยบายจำนำข้าวที่แสนถูกใจชาวนาในช่วงแรก ก็ได้บั่นทอนสถานะการคลังของประเทศ ทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นประวัติการณ์ และในที่สุดก็ทำให้ชาวนาเดือดร้อนถึงขั้นผูกคอตายหลายราย และยังทำลายตลาดข้าวไทยด้วย

แม้ World Economic Forum ได้จัดให้ภาคพลังงานของไทยเป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน ตาม Energy Architecture Performance Index แต่ก็มีปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขและปฏิรูปให้ถูกทางโดยเร็ว อาทิ

ก.ค่าไฟฟ้าที่ตามแผนจะเพิ่มขึ้น 30% ใน 10 ปี เพราะต้องนำเข้าก๊าซที่ยังเป็นเชื้อเพลิงหลักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ LNG แพงกว่าก๊าซอ่าวไทยถึง 2 เท่า หากการปฏิรูปทำให้การผลิตต่างๆ ที่คาดหมายไม่พัฒนาหรือล่าช้า ค่าไฟก็อาจเพิ่มขึ้นมหาศาล

ข.ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า การกำกับดูแลกิจการพลังงานของรัฐสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น หากปฏิรูปผิดทางปัญหาจะยิ่งหนักขึ้น

“กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวพันกับสาขาพลังงานหรือการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้รวมตัวกันจัดทำข้อเสนอต่อสาธารณชน ภายใต้ 3 แนวทาง (ดูเอกสารเต็ม www.energyreform.in.th)

** ราคาเป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนจริง **

(1) ปรับโครงสร้างราคาเพื่อให้การใช้มีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้พลังงานกลุ่มต่างๆ สวัสดิการสังคมเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ราคาพลังงานเป็นเครื่องมือ หากจำเป็นก็ควรทำเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ไม่ให้กระทบต่อกลไกตลาด และมีกรอบการใช้เงินที่ชัดเจน

** ปฏิรูป ปตท. **

(2) เพิ่มการแข่งขันและประสิทธิภาพในธุรกิจพลังงาน เพื่อมิให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยให้กิจการที่มีการแข่งขันของรัฐวิสาหกิจเข้ามาอยู่ใต้ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า และให้ ปตท.ขายหุ้นในโรงกลั่นบางส่วนเพื่อลดการครอบงำ ให้แยกท่อก๊าซธรรมชาติออกจาก ปตท. เพื่อความโปร่งใสง่ายแก่การกำกับดูแล และเปิดให้บุคคลที่สามใช้ได้เพื่อให้ผู้ใช้มีทางเลือก

(3) ลดการแทรกแซงแสวงหาประโยชน์ในกิจการพลังงานที่รัฐถือหุ้น และป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของข้าราชการ 1. แยกการกำกับดูแล กำหนดนโยบาย และการดูแลผลประโยชน์ของรัฐในฐานะของผู้ถือหุ้นออกจากกัน 2. ปรับปรุงระบบสรรหาและแต่งตั้งกรรมการในบริษัทที่รัฐถือหุ้นให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของบริษัทชั้นนำ มีความโปร่งใสให้ประชาชนรับรู้ได้ 3. ข้าราชการที่ไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ หากมีผลตอบแทนส่วนที่เกินสมควรให้นำส่งคลัง 4. เมื่อแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจาก ปตท.แล้ว ให้ลดการถือหุ้นของรัฐใน ปตท.ให้ต่ำกว่า 50% ให้พ้นสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดการแทรกแซงจากภายนอก เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพ

** ขจัดอุปสรรค ลดความซ้ำซ้อน **

(4) ปรับปรุงกระบวนการในการกำหนดนโยบาย และการขออนุญาต ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ตั้งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแบบ EIA ของสหรัฐ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและทำหน้าที่เผยแพร่อย่างสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับ แก้กฎกติกาที่ซ้ำซ้อน เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการขออนุญาต ซึ่งเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์

(5) สำรวจ พัฒนาและจัดหาแหล่งพลังงาน 1. เพื่อสร้างความไว้วางใจในข้อมูล ให้ประเทศไทยสมัครเป็นสมาชิกของโครงการเพื่อความโปร่งใสในภาคอุตสาหกรรมการสกัดทรัพยากร (Extractive Industries Transparency Initiative (EITI) 2. ตั้งคณะกรรมการที่มีผู้แทนจากทุกฝ่ายเพื่อพิจารณาปรับปรุงระบบการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เหมาะสม ให้ได้ข้อยุติใน 3 เดือน เพื่อเปิดพื้นที่ต่อไป 3. นำพื้นที่ภาคเหนือในการดูแลของกระทรวงกลาโหมเข้ามาอยู่ใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 4. เร่งพิจารณาแนวทางการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมที่ผู้รับสัมปทานไม่สามารถต่อระยะเวลาได้อีก ให้ได้ข้อยุติอย่างน้อย 5 ปีก่อนหมดสัญญา 5. ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา ร่วมกันวางแนวทางเพื่อเจรจาหาข้อยุติในการเข้าไปสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาในทะเล

(6) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด (ดูเว็บไซต์)

ข้อเสนอนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ใด ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ในขั้นแรกควรจะเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการ ส่วนราชการ ผู้ประกอบการด้านพลังงาน ผู้ใช้พลังงาน และภาคประชาชน

ทุกฝ่ายต้องเปิดใจฟังความเห็นของผู้อื่นอย่างเป็นมิตร เพื่อให้ได้ทิศทางที่ยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท