
เตือน สว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อมาตรา7
หลังจากที่ กปปส. ออกแถลงการณ์ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และแกนนำคนอื่นๆ ก็ตั้งโต๊ะออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีในเวลาประมาณ 16.15 น.
หลังจากที่ กปปส. ออกแถลงการณ์ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และแกนนำคนอื่นๆ ก็ตั้งโต๊ะออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีในเวลาประมาณ 16.15 น.
จตุพร อ่านแถลงการณ์ว่า การที่สุเทพแถลงกดดันประธานวุฒิสภาและวุฒิสภาให้ตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 โดยเร็วที่สุด โดยอ้างปัญหาเศรษฐกิจและรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รวมถึงกรณีการจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนานั้น นปช.เห็นว่าปัญหาทั้งหมดของประเทศไทยเริ่มต้นมาจากสุเทพ พรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายอำมาตยาธิปไตยทั้งสิ้น
“ขอเรียนไปยังว่าที่ประธานวุฒิและวุฒิสภาว่า พวกท่านไม่มีสิทธิแต่งตั้งนายกฯ เพราะผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งนายกฯ ต้องเป็นประธานรัฐสภาเท่านั้น และประธานรัฐสภาต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น นอกจากไม่มีอำนาจแล้วตำแหน่งประธานวุฒิสภาก็ยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง” จตุพร กล่าว
ทั้งนี้ นปช.ขอประกาศว่า ถ้าวุฒิสภาปฏิบัติตามคำร้องขอของสุเทพ นปช.จะดำเนินมาตรการ 2 ทาง คือ ทางกฎหมายดำเนินคดีกับ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาในฐานกบฏ และการขับเคลื่อนของ นปช. จะยกระดับการเคลื่อนไหวทันที
“ขณะนี้รัฐบาลรักษาการของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ยังมีอำนาจเต็มตามกฎหมายทุกประการ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเอง การเสนอของสุเทพจึงเป็นการเสนอรัฐบาลซ้อนรัฐบาลและไม่สามารถปฏิบัติได้ ถ้ามีการกระทำนอกเหนือกฎหมายต่อไป เราก็จะต้องยกระดับการชุมนุม ซึ่งจะประกาศให้ทราบตามสถานการณ์” จตุพร กล่าว
ด้านณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ ต้องเรียนไปยังสุรชัยและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ได้ร่วมหารือกันนอกรอบ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. ถึงวันนี้ว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้มีสถานะตามกฎหมายใดๆ ที่องค์กรต่างๆ ในประเทศต้องปฏิบัติตาม เพราะ พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวิสามัญวุฒิสภาได้สิ้นสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา
“การหารือนอกรอบวันนี้จึงเป็นการพูดคุยของ สว.ในกลุ่มที่ตัวเองเลือกข้างแล้ว ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นใดออกมาก็จะเป็นเพียงความคิดเห็นของ สว.กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นความคิดเห็นที่ขัดต่อกฎหมายแล้ว ก็เท่ากับการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเถื่อนและมีมติเถื่อนออกมาสู่สังคม รวมทั้งการเปิดรับสุเทพเข้าหารือในรัฐสภา และมีท่าทีการหารือไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดแจ้ง เท่ากับ สว.ชุดนี้มีใจเอนเอียงเข้าข้างบุคคลที่มีหมายจับเป็นกบฏในราชอาณาจักร จึงไม่มีเหตุผลที่องค์กรใดๆ จะปฏิบัติตามมติของ สว.กลุ่มนี้” ณัฐวุฒิ กล่าว
ณัฐวุฒิ ย้ำว่า ยุทธศาสตร์การต่อสู้ของ นปช.ในขณะนี้ ยังอยู่ที่การปักหลักในที่มั่น และมีความเชื่อว่าขณะนี้สุเทพก็มืดมนและสิ้นหวังเต็มทีแล้ว อีกไม่กี่วันจะจนกลางกระดานเพราะไม่สามารถเสนอให้เกิดนายกฯ คนกลางได้ มีเพียงการแสดงสัญลักษณ์ว่ายึดพื้นที่ตึกสันติไมตรีเป็นกองบัญชาการ ไม่มีความหมายอื่น
ทั้งนี้ การชุมนุมของ นปช. ที่ถนนอักษะ วันที่ 13 พ.ค. ได้จัดพิธีสดุดีและรำลึกวันครบรอบเสียชีวิต 4 ปี ของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง จากนั้นจัดงานวิสาขบูชาประชาธิปไตย มีพิธีสงฆ์และจุดเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา







