
ยูเครน-ไทย
หลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งยูเครนและไทยต่าง ก็ประสบกับปัญหาวิกฤตการเมืองเหมือนๆ กัน ซึ่งมี ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศพากันมองเปรียบเทียบกันไปต่างๆ นานาครับ ทั้งๆ ที่ในหลายมิตินั้นวิกฤตปัญหาการเมืองในไทยและยูเครนนั้นก็ไม่ได้มีความเหมือนกันมากเสียทีเดียว
หลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งยูเครนและไทยต่าง ก็ประสบกับปัญหาวิกฤตการเมืองเหมือนๆ กัน ซึ่งมี ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศพากันมองเปรียบเทียบกันไปต่างๆ นานาครับ ทั้งๆ ที่ในหลายมิตินั้นวิกฤตปัญหาการเมืองในไทยและยูเครนนั้นก็ไม่ได้มีความเหมือนกันมากเสียทีเดียว
ประการแรก แม้ว่าประชาชนในยูเครนและของไทยแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่ายเหมือนกัน แต่ในยูเครนนั้นมีความชัดเจนของความแตกต่างของประชาชนทั้งในด้านภาษาและเชื้อชาติที่ชัดเจนมากกว่าของไทย ในยูเครนนั้นประชาชนในภาคตะวันออกมีเชื้อสายรัสเซียและพูดภาษารัสเซียมากกว่า
ส่วนสถานการณ์ในเมืองไทย เราไม่มีความแตกต่างของคนชัดเจนเหมือนกับในยูเครน แต่เรากลับมีความ แตกต่างทางด้านความคิดเห็นในด้านอุดมคติทางการเมืองที่รุนแรงกว่า ซึ่งลักษณะความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติและภาษาในยูเครนนั้นเอื้อต่อการแบ่งแยกประเทศมาก ส่วนในไทยนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากแบ่งแยกประเทศแน่นอนครับ
ประการที่สอง ท่าทีของมหาอำนาจอย่างสหรัฐต่อสถานการณ์ในยูเครนและไทยแลนด์นั้น มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ต่อวิกฤตการเมืองไทย สหรัฐพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงการเลือกตั้งในไทย
แต่ในยูเครน สหรัฐกลับปฏิเสธเสียงของประชาชนในหลายพื้นที่ด้านตะวันออกที่จัดการประชามติเพื่อเลือกว่าจะแยกออกจากยูเครนไปอยู่กับรัสเซียหรือไม่ แต่สหรัฐและยุโรปกลับไม่อยากฟังเสียงของประชาชนเหล่านี้ใน ยูเครนเสียเท่าไหร่
ประการที่สาม วิกฤตการเมืองยูเครนกลายเป็นสงครามตัวแทนของขั้วสองมหาอำนาจใหญ่ คือโลก ตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐและยุโรปเป็นหัวหอกใหญ่ เหมือน กับในช่วงยุคสงครามเย็น
ส่วนวิกฤตในเมืองไทยไม่ได้เป็นสงครามตัวแทนของ มหาอำนาจใดๆ และไม่มีต่างชาติเข้ามาเป็นผู้เล่นเหมือนกับวิกฤตในยูเครน สถานการณ์ในเมืองไทยเป็นเรื่องของคนไทยทะเลาะกันเองทั้งนั้น
ประการสุดท้าย แก่นแท้ของการต่อสู้ในยูเครนนั้นจะว่าไปก็คือ “กบเลือกนาย” นั่นล่ะครับ คือฝั่งตะวันออกยังอยากอิงอยู่กับรัสเซีย ส่วนฝั่งตะวันตกอยากจะไปอยู่กับยุโรปและสหรัฐใจจะขาด
ส่วนในเมืองไทยเป็นอย่างไรนั้น ข้อนี้ไม่ทราบจริงๆ ครับ







