
นโยบายต้องชัด
ระเบิดกลางเมืองทั้งเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา และเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองพื้นที่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง กล่าวได้ว่าเป็นการจงใจเลือกพื้นที่ก่อเหตุที่ต้องการให้เกิดผลสะเทือน
ระเบิดกลางเมืองทั้งเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา และเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองพื้นที่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง กล่าวได้ว่าเป็นการจงใจเลือกพื้นที่ก่อเหตุที่ต้องการให้เกิดผลสะเทือน
นักวิชาการที่เกาะติดปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าขบวนการก่อความไม่สงบต้องการสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลไทยแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่ชะงักงันมานาน ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบในระดับนโยบายและควบคุมการปฏิบัติ ทั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และแม่ทัพภาคที่ 4
ไม่ว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวจะจริงหรือไม่ แต่ท่าทีความสัมพันธ์รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกับนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ก็ยิ่งทำให้แนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นน่าวิตก เพราะหากฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติไม่ประสานไปในทางเดียวกัน ก็ไม่อาจหวังว่าการแก้ปัญหาจะเกิดประสิทธิภาพ
สถานการณ์ก่อวินาศกรรมในเขตเมือง ซึ่งห่างหายไปนานเกือบปี นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกระทั่งกลับมาปะทุอีกครั้งในเวลาที่ไล่เลี่ยกันเช่นนี้ ยิ่งทำให้ความชัดเจนของนโยบายการแก้ปัญหาและความสัมพันธ์ของผู้กำกับนโยบายมีความสำคัญ
อย่างน้อยทุกฝ่าย ไม่ว่าหน่วยงานความมั่นคง ภาคประชาสังคม รวมทั้งในกลุ่มผู้เห็นต่างที่กำลังต่อสู้กับรัฐบาลไทย ก็อยากเห็นความชัดเจนของนโยบายการพูดคุยสันติภาพว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร รัฐบาลจะมอบหมายความรับผิดชอบให้เลขาธิการ สมช. ในระดับมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งตัวเลขาธิการ สมช. จะดำเนินกระบวนการนี้ต่อไปในรูปแบบวิธีการใด
ยิ่งปัญหาการเมืองบานปลาย แนวทางกระบวนการแก้ปัญหาก็ยิ่งอึมครึม ไม่มีความชัดเจน ซึ่งไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจได้เลย
สันติภาพนั้นมองไม่เห็นว่าจะก้าวอย่างไร แต่ด้านกองทัพกลับมีแผนชัดเจนที่จะตั้งกองทัพน้อยที่ 4 ขึ้นมาใหม่ เพื่อควบคุมปฏิบัติการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
ภาวะเช่นนี้กล่าวได้ว่าสถานการณ์ถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อน นั่นคือนโยบายและการปฏิบัติไม่มีเอกภาพ และความรุนแรงยิ่งสร้างความหวาดกลัว
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลรักษาการจะต้องตัดสินใจคือ กำหนดความชัดเจนแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งกระบวนการพูดคุยสันติภาพและมาตรการอื่นๆ เพราะยิ่งเผชิญการรุมเร้าจากปัญหาการเมือง รัฐบาลรักษาการที่อ่อนแอคงไม่สามารถที่จะกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพได้ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก







