
สว.แนะขยายแนวร่วมก่อนลุยนายกฯคนกลาง
ที่ประชุมนอกรอบเพื่อหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการเมืองของ สว. เมื่อวันที่ 12 พ.ค. มี สว.เข้าร่วมทั้งหมด 86 คน ส่วนใหญ่เป็น สว.สายสรรหา โดยเสนอแนวทางหลายแนวทาง ทั้งเดินหน้าเลือกนายกฯ การทำประชามติ ให้ประธานวุฒิสภาไปเจรจารับฟังความเห็นกับแต่ละภาคส่วนเพื่อหาทางออกต่อไป
ที่ประชุมนอกรอบเพื่อหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการเมืองของ สว. เมื่อวันที่ 12 พ.ค. มี สว.เข้าร่วมทั้งหมด 86 คน ส่วนใหญ่เป็น สว.สายสรรหา โดยเสนอแนวทางหลายแนวทาง ทั้งเดินหน้าเลือกนายกฯ การทำประชามติ ให้ประธานวุฒิสภาไปเจรจารับฟังความเห็นกับแต่ละภาคส่วนเพื่อหาทางออกต่อไป
พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม สว.สรรหา กล่าวว่า ทางเดินเวลานี้มี 3 ทาง คือ 1.เลือกตั้ง ถ้าเดินแบบเร่งรีบไม่ว่าจะเกิดขึ้นวันที่ 20 ก.ค.หรือไม่ ก็ไม่ทราบว่าจะจบหรือไม่ หรือยื้อไปอีกเป็นปี 2.ปฏิวัติ ซึ่งไม่มีใครต้องการ และ 3.เหลือสิ่งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือการทำตามมาตรา 7 แต่จะต้องกลับไปถามประชาชน
ทั้งนี้ วุฒิสภาอาจจะเป็นองค์กรที่เข้ามาแก้ไขปัญหา คือ เป็นคนกลางรับคำถามจากภาคส่วนต่างๆ ประชาชน กปปส. รัฐบาล องค์กรอิสระ หน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปสู่การทำประชามติเพื่อให้ได้ฉันทามติ เพื่อให้เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ต้องการให้การแก้ปัญหาไปสู่การประท้วง
คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า วุฒิสภาต้องดำเนินการเป็นคนกลางดำเนินการพูดคุยให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หาทางออกด้วย และ 23 วัน น่าจะเห็นทางออก
“ยังเร็วไปที่จะพูดเรื่องประเด็นตั้งนายกฯ มาตรา 7 ไม่ใช่ไม่เห็นใจประชาชนที่กำลังต่อสู้ แต่ว่าเเรื่องนี้จำเป็นต้องทำให้ละเอียดรอบคอบ เพราะมีมวลชนขัดแย้งจำนวนมหาศาล และเรื่องนี้ไม่จบลงที่วุฒิสภา ซึ่งทราบดีแก่ใจว่าการดำเนินการถึงจุดนั้น แม้ต้องกระทำ ต้องมีความมั่นใจ ต้องแสวงหาความเห็นชอบจากทุกภาคส่วน” คำนูณ กล่าว
ไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา กล่าวว่า ปัญหาบ้านเมืองติดขัดชะงักงัน รัฐบาลบริหารแผ่นดินมีปัญหาไม่มีนายกฯ แต่เมื่อไม่มีสภา ไม่มี สส.มาเป็นนายกฯ วุฒิสภาต้องมาพิจารณาแต่งตั้งนายกฯ ใหม่ แต่หากไปถามคู่ขัดแย้ง ย่อมไม่มีทางเห็นด้วย เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ต้องการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่
ไพบูลย์ กล่าวว่า การดำเนินการของ สว.ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง แต่ส่วนตัวจะร่วมรับผิดชอบ โดยจะทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ขอให้พิจารณาดำเนินการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมมาแก้วิกฤตจากการไม่มีนายกฯ ส่วนประธานวุฒิสภาจะเป็นผู้ทำหน้าที่เสนอรายชื่อต่อไป แต่ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นชอบก็ให้มาร่วมลงชื่อได้
ตวง อันทะไชย สว.สรรหา กล่าวว่า ถ้าสังคมเห็นตรงกันว่าขณะนี้เป็นวิกฤตของชาติ ไม่สามารถเลือกตั้งได้ สังคมต้องมาตกลงว่าต้องมีรัฐบาลกลาง เพื่อให้นำไปสู่การเลือกตั้ง หรือจะต้องใช้ช่องทางสภาแห่งนี้นำไปสู่การเลือกตั้ง ว่าที่ประธานในอนาคตย่อมสามารถดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ประกอบ 173 โดยอนุโลม เพื่อหาทางออก
วันชัย สอนศิริ สว.สรรหา กล่าวว่า เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจนถึง ผบ.เหล่าทัพ ใส่เกียร์ว่าง วุฒิสภาจะต้องกล้ารับเผือกร้อนมาอยู่ในมือ ให้ประเทศเดินได้ ปลดล็อกของประเทศคือการต้องใช้กฎหมายใกล้เคียง เมื่อสภาไม่มี วุฒิสภาก็เป็นองค์กรใกล้เคียงพิจารณาหานายกฯ แต่ก็จะมีฝ่ายอื่นโต้แย้ง ดังนั้นต้องให้ประธานวุฒิสภาไปหาความลงตัวกับทุกภาคส่วน
ประพาส นวนสำลี สว.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องการเลือกตั้ง จึงอยากให้การตัดสินใจใดๆ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย
ตรี ด่านไพบูลย์ สว.ลำพูน กล่าวว่า การประชุม สว.เพื่อหาทางออกประเทศครั้งนี้ ไม่สามารถนำไปเหมารวมได้ว่าเป็นความเห็นของวุฒิสมาชิก เพราะเป็นการหารือลักษณะไม่เป็นทางการ ไม่สามารถนำชื่อองค์กรไปเสี่ยงต่อความขัดแย้งได้ ดังนั้นผู้นำองค์กรไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขณะเดียวกัน หากมีการนำผลหารือไปแอบอ้างว่าเป็นมติวุฒิสภา ถือเป็นความรับผิดชอบของประธานวุฒิสภา
ทั้งนี้ ระหว่างการหารือ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.ได้ขอเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้รับฟังความเห็นในฐานะหนึ่งในคู่ขัดแย้ง แต่มีผู้แย้งว่าหากให้ สุเทพ ชี้แจงต้องให้คู่ขัดแย้งคนอื่นชี้แจงด้วย ทำให้ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธาน สว. ได้สั่งพักการประชุม และได้เข้าร่วมหารือกับ สุเทพ ที่ห้องรับรองภายในรัฐสภาแทน







