posttoday
รวมพลปล่อยกู้เอสเอ็มอีอสังหาฯ-ท่องเที่ยวเหี่ยว

รวมพลปล่อยกู้เอสเอ็มอีอสังหาฯ-ท่องเที่ยวเหี่ยว

13 พฤษภาคม 2557

ในที่สุดกระทรวงอุตสาหกรรมก็สามารถดึงหน่วยงานต่างๆ กว่า 22 แห่งมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เผชิญปัญหาการเมืองจนยอดขายและรายได้เจียนอยู่เจียนไป

ในที่สุดกระทรวงอุตสาหกรรมก็สามารถดึงหน่วยงานต่างๆ กว่า 22 แห่งมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เผชิญปัญหาการเมืองจนยอดขายและรายได้เจียนอยู่เจียนไป

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวม 22 หน่วยงาน ได้ลงนามความร่วมมือโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต (PIL) เพื่อช่วยเหลือผู้เอสเอ็มอี ทั้งด้านการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและด้านการเงิน โดยจะตั้งคณะทำงานร่วมกัน

วิฑูรย์ กล่าวว่า การให้สินเชื่อตามแผนยุทธศาสตร์ จะมีวงเงินทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่มาร่วมมือกันจะพัฒนาผู้ประกอบการและคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพที่จะเติบโตเสนอให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้

นอกจากนี้ ยังจะมีการเปิดกว้างให้กับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อได้ด้วย

ขณะเดียวกัน จะใช้มาตรการครั้งนี้ผลักดันให้เอสเอ็มอีเข้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ทำธุรกิจแบบมีความรับผิดชอบทางสังคมมากขึ้น ใครที่ทำตามเกณฑ์ที่คณะทำงานกำหนด จะได้รับการให้สินเชื่อและได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ด้าน วัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า ภายใต้โครงการ PIL ระยะที่ 2 วงเงิน 8,000 ล้านบาทนี้ บสย.จะเข้าค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอีไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย

ปาริฉัตร เหล่าธีระศิริวงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อรวม 2.7 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้จะเป็นการปล่อยสินเชื่อภายใต้ยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นกลุ่มสินเชื่อที่มีคุณภาพ เพราะหน่วยงานที่ร่วมกันลงนามจะพัฒนาผู้ประกอบการหรือคัดผู้ประกอบการส่งมาให้ธนาคาร

“ช่วงที่เหลือของปีนี้เราจะเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองและภาวะเศรษฐกิจ เราออกมาตรการผ่อนปรนชำระหนี้สำหรับผู้ที่กู้เงินไม่เกิน 5 ล้านบาทจนถึงสิ้นปี โดยให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยไม่ต้องชำระเงินต้น ผู้ประกอบการสามารถติดต่อได้” ปาริฉัตร กล่าว

ด้าน วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ถ้าการเมืองยืดเยื้อมากกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ไตรมาส 2 ปีหน้า เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควบคุมไม่ได้ แต่จะอยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เพราะตลาดยังมีความต้องการ เพียงแต่เหนื่อยในการกระตุ้นกำลังซื้อ

“เราเตรียมแผนกระตุ้นตลาดเอาไว้แล้ว โดยร่วมกับสถาบันการเงินจัดดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 1 ปี ลงทุนทำภาพยนตร์โฆษณาแล้ว จองสื่อต่างๆ ไว้แล้ว แต่การเมืองกลับร้อนขึ้นอีกมา ทำให้ต้องทบทวน สื่อประเภทใดที่เลื่อนได้อาจเลื่อนไปก่อน ไม่เน้นใช้เงินมาก แต่ถ้าสื่อใดที่จองแล้ว เลื่อนไม่ได้ก็ต้องลุย และลุ้นกับยอดขายที่จะตอบรับกลับมา” วงศกรณ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทำได้เพียงปรับตัวรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยสิ่งสำคัญ ยังคงเป็นเรื่องการควบคุมสภาพคล่องให้ดี ระมัดระวังการใช้เงิน

ก่อนหน้านี้ที่การเมืองเริ่มนิ่งๆ บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 2 แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนก็ต้องทบทวนใหม่ และต้องเร่งระบายสต๊อกบ้านคอนโดพร้อมอยู่ให้เร็วที่สุด เพราะตลอดเวลากว่า 6 เดือนที่เกิดปัญหาการเมือง ยอดขายหายไปกว่า 60% จึงเตรียมอัดโปรโมชั่นในลักษณะจองน้อยๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

ชัชวาล ศูรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและพัฒนาแบรนด์ เซเรนนาต้า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กรุ๊ป กล่าวว่า ถ้าปัญหาการเมืองจบในไตรมาส 2 การท่องเที่ยวจะกระเตื้องขึ้นมาได้ แต่ถ้าเหตุการณ์ไม่จบ เอเยนต์อาจเปลี่ยนไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านไทยแทน

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ทสไตล์ลิช บริษัทรับบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ท กล่าวว่า เอเจ้นท์ต่างชาติยังอยากขายไทย เพราะปกติเอเจ้นท์ต่างชาติที่เป็นพันธมิตรกับไทยจะมีรายได้จากการขายโปรแกรมมาไทย 40% ของรายได้รวม หากไม่มีปฏิวัติหรือเหตุรุนแรง ก็ยังพร้อมขาย แต่หากเกิดสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เอเจ้นท์ไม่มั่นใจวางโปรแกรมมาไทยได้

"เท่าที่พูดคุยกับเอเจ้นท์ต่างชาติ ยังยืนยันจะขายไทยอยู่ เพราะมองภาพเมืองไทยมีทิศทางเป็นบวกขึ้น เช่น ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย ถ้าระหว่างนี้ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น" นายสรเทพ กล่าว

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนน้ำและสวนสนุก สวนสยาม กล่าวว่า หากจัดตั้งรัฐบาลได้ไตรมาส 2 ปีหน้า จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยอาจยังเดินหน้าลงทุนต่อ แต่อาจลดเงินลงทุนเพราะไม่มั่นใจ หรืออาจยังไม่ลงทุน เพราะกังวลว่า หากลงทุนไปก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่แล้วรัฐบาลใหม่เข้ามาจะยังมีแนวทางสนับสนุนการลงทุนสอดคล้องกับคณะกรรมการนโยบายการลงทุน(บีโอไอ) ชุดที่รักษาการก่อนหน้านี้หรือไม่ ในส่วนของนักท่องเที่ยว มีผลกระทบแค่ไหนขึ้นอยู่กับ ความปลอดภัย หากการเมืองไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยก็ไม่มีปัญหากับการท่องเที่ยว แต่ถ้ามีผลกระทบต่อความปลอดภัย ก็มีผลในวงกว้างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท