posttoday
ท่องเที่ยวทรุดถึงไฮซีซั่น

ท่องเที่ยวทรุดถึงไฮซีซั่น

13 พฤษภาคม 2557

เจ้าของโรงแรมครวญการเมืองวุ่น ต่างชาติถอดไทยออกจากโปรแกรมท่องเที่ยว

เจ้าของโรงแรมครวญการเมืองวุ่น ต่างชาติถอดไทยออกจากโปรแกรมท่องเที่ยว

เนื่องจากการที่ประเทศไทยไม่มีรัฐบาลบริหารหรือเกิดสุญญากาศมาเป็นเวลา 6 เดือนมันก็ส่งผลกระทบในวงกว้างไปมากแล้ว ตั้งแต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก คนรากหญ้าก็ได้รับผลกระทบ ตัวเลขการส่งออกก็ไม่ได้มีการเติบโตดี มุมมองการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 0 % หากจะให้ยาวครบ 1 ปี ประเทศคงไม่ใช่มีเพียงแต่ปัญการการเมืองเพียงอย่างเดียว ต้องมีปัญหาสังคมเกิดขึ้นมา เช่น อาจจะเห็นคนตกงานมากขึ้น พนักงานโรงแรมอาจจะต้องถูกปลดออก

นายสมชัย รัตนโอภาส กรรมการ ผู้จัดการ เครือโรงแรมเอวัน เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อและยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร ทำให้ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว(เอเจนท์) ในต่างประเทศ ไม่กล้าจัดโปรแกรมท่องเที่ยวมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้เพราะปกติเอเจ้นท์จะเริ่มเจรจากับโรงแรมและพันธมิตรก่อนจะวางโปรแกรม ใช้เวลาขั้นต่ำ 2 เดือน

ทั้งนี้หากทุกอย่างจบได้ปลายเดือนนี้ก็ยังทำโปรแกรม และนำเสนอเมืองไทยทัน ซึ่งอาจทำให้เอกชนทำรายได้ทั้งปีนี้เสมอตัว หรือมากกว่าปีก่อนเล็กน้อย แต่หากต่างชาติยังไม่กล้าทำโปรแกรมมาไทย ปลายปีนี้ภาคท่องเที่ยวลำบากแน่นอนขณะเดียวกันปีหน้า ก็จะเริ่มเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว แต่เรายังไม่ได้ทำอะไรไปถึงไหน เช่นเดียวกันการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหว อย่างข้อตกลงเจรจาทีสัญญาการเปิดเสรีการค้าระหว่างไทยกับยุโรปกำลังจะหมดลง แล้วประเทศไทยจะทำอย่างไรต่อเมื่อไม่มีรัฐบาล เพราะระบบการทำสนธิสัญญการค้าของประเทศไทยต้องได้รับการอนุมัติกจากระบบรัฐสภา ซึ่งรวมถึงเรื่องกรอบเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศและการปฏิบัติตามกฎหมายให้รายงานธุรกรรมทางการเงินบุคคลสัญชาติสหรัฐที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งมีผลประโยชน์ทางภาษี (Foreign Account Tax Compliance Act : FATCA) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐ ก็ต้องชะลอไปก่อน เพราะไม่มีรัฐบาล ดังนั้นเอกชนไทยตอนนี้จะทำธุรกิจอะไรกับสหรัฐก็ต้องมีการเซ็นและเปิดเผยต่อกรมสรรพากรของสหรัฐ ทำให้สถาบันการเงินและเอกชนไทยเสียเปรียบ

*******สำหรับมุมมองการลงทุนในหุ้นเมื่อทุกอย่างไม่มีความชัดเจนหรือบทสรุป หุ้นไทยก็จะไม่ได้รับความสนใจหรืออานิสงส์จากเม็ดเงินต่างชาติที่กำลังจะไหลเข้าไปในประเทศเกิดใหม่ เนื่องจากการลงทุนในตลาดหุ้นต้องการอะไรที่ชัดเจน และปัจจุบันตลาดหุ้นไทยก็ถูกปรับลดอันดับความน่าสนใจลงแล้วเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากทุกอย่างยังมีการยืดเยื้อไปอีกเชื่อว่าประเทศจะถูกลดน้ำหนักความน่าเชื่อถือ และถึงตอนนั้นหุ้นไทย บริษัทจดทะเบียนไทยก็จะต้องถูกลดน้ำหนักลงมาอีกทั้งนี้ เครื่องจักรแรก คือ การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ซึ่งหากขับเคลื่อนไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไปกว่าครึ่ง ส่วนเครื่องจักรที่ 2 คือ การท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ซบเซาหลายประเทศประกาศคำเตือนมาไทย เนื่องจากกังวลความไม่ปลอดภัยจากการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้ปีนี้การท่องเที่ยวอาจจะไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้

สำหรับเครื่องจักรตัวที่ 3 คือ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่จะมีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ที่พบว่า ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการลงทุนของเอกชนที่ชะลอไว้เนื่องจากความต้องการในประเทศหดจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายกำลังการผลิต

"ดังนั้น ไทยจะเหลือเครื่องจักรเดียวในการขับเคลื่อน คือ การส่งออก ซึ่งขณะนี้เป็นความหวังเดียว โดยไตรมาส 2 เริ่มมีข่าวดีจากอุตสาหกรรมบางเซคเตอร์ และตลาดส่งออกใหม่ ที่ยังเติบโตได้ แต่ถามว่าจะมีแนวโน้มดีเพียงใด ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ จะเห็นได้ว่า ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 ตัว เดี้ยงไปแล้ว 3 ซึ่งต่างผูกโยงกับเรื่องการเมืองทั้งสิ้น" นายกฤษณ์ กล่าว

ซึ่งจะส่งผลกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก

นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า กล่าวว่า หากประเทศไทยต้องไปจัดตั้งรัฐบาลในไตรมาส 2 ของปีหน้า รับรองว่าเศรษฐกิจของชาติอาจอยู่ในภาวะล้มละลาย ส่วนจีดีพีปีนี้ติดลบแน่นอน และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ไทยจะช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน เพราะรอรัฐบาลส่งเสริมสนับสนุน ดังนั้นนักธุรกิจต้องปรับแผนบริหารเสี่ยง หันไปอาเซียนหรือตลาดใหม่ๆ แทน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อออกไปจนถึงไตรมาส 2 ของปีหน้า จึงจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ เศรษฐกิจไทยปีนี้ก็คงโต 0% ในมุมมองการเมืองอาจจะมองได้ แต่มุมมองทางสังคมหรือเศรษฐกิจเกิดได้ยาก เพราะคนในสังคมจะต้องกดดันเรียกร้องให้มีทางออกเกิดการตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารประเทศได้เต็มรูปแบบ

นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝาก การลงทุน ประกันภัย และธนบดี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า หากตั้งรัฐบาลเลื่อนไปเป็นปีหน้าจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่ถึง 2% เนื่องจากเครื่องจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่สามารถเดินหน้าได้ ส่วนสถาบันการเงินเริ่มเห็นสัญญาณจากการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงต่ำกว่าแผน ต้องลดเป้าสินเชื่อลง กระทบรายได้ดอกเบี้ยลด ต้องไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมมากขึ้นเพื่อให้กำไรคงที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท