โรงตึ๊ง...ขวัญใจคนยาก
เมื่อชักหน้าไม่ถึงหลัง รายรับไม่พอกับรายจ่าย ที่พึ่งยามยากของคนรากหญ้าจึงนำของมีค่าไปจำนำไว้กับโรงรับจำนำเป็นจำนวนมาก
โดย....ทีมข่าวภูมิภาค
ในช่วงเทศกาลเปิดเทอมบรรดาผู้ปกครองต่างก็มินตึ๊บกับค่าใช้จ่ายที่วิ่งเป็นเงาตามตัว ทั้งค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียน ซึ่งเรียกว่าเป็นทุกข์ของคนที่มีลูกมีหลานที่กำลังอยู่ในวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่หาเช้ากินค่ำได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ชักหน้าไม่ถึงหลัง รายรับไม่พอกับรายจ่าย ที่พึ่งยามยากของคนรากหญ้าจึงนำของมีค่าไปจำนำไว้กับโรงรับจำนำเป็นจำนวนมาก ทำให้โรงรับจำนำรัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศต้องเพิ่มวงเงินสำรองอีกเท่าตัวเพื่อไว้บริการประชาชน
ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น บอกว่า เทศบาลฯได้ตรียมเงินทุนสำรองไว้เท่าตัวเพื่อบริการประชาชน แยกเป็น สถานธนานุบาล แห่งที่ 1 จำนวน 168 ล้านบาท และแห่งที่ 2 อยู่ที่ 56 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมจำนวนเงินสำรองทั้ง 2 แห่งอยู่ที่ จำนวน 218 ล้านบาท มั่นใจว่าจะสามารถรองรับการให้บริการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการในระนี้ได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองและผู้ที่มีรายได้น้อยที่มาขอรับบริการ เทศบาลฯได้มีการกำหนดให้การบริการในระหว่างวันที่ 16 เม.ย.-15 ก.ย.2557 ซึ่งสถานธนานุบาลทั้ง 2 แห่งจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 บาทต่อเดือนและเงินต้นเกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน ส่วนเงินต้นเกิน 30,000 บาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือนจากเดิมร้อยละ 1.25 ต่อเดือน
“ในช่วงเปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึงจะมีกลุ่มผู้ปกครองพาบุตรหลาน มาขอรับบริการจำนวนมาก โดยทรัพย์สินที่มาขอรับบริการยังคงเป็นพวกสร้อยคอทองคำ และทองคำรูปพรรณต่างๆนอกจากนี้ยังคงมีกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์,รถจักรยายนต์ ทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบทรัพย์สินและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆอย่างเต็มที่ ทำให้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มียอดวงเงินสะพัดไม่น้อยกว่าวันละ 20 ล้านบาท”นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าว
ธีระศักดิ์ บอกอีกว่า หลังจากเปิดเทอมแล้วก็จะยังคงมีผู้มาขอรับบริการจากสถานธนานุบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ประชุมร่วมคณะผู้บริหารเทศบาลและส่วนงานที่รับผิดชอบกับสถานธนานุบาล ได้มีมติปรับลดดอกเบี้ยลงมาเหลือ ร้อยละ 1 สำหรับผู้ที่มาขอรับบริการในวงเงินที่เกิน 30,000 บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง ซึ่งจากข้อมูลของการขอรับบริการพบว่าตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีประชาชนนำทรัพย์สินมาจำนำทั้งหมด 4,746 ราย เป็นเงินจำนวน 73,730,550 บาท
ด้าน อิทธิเดช ทิพยแสง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ บอกว่า ได้กู้เงินเพิ่มอีก 100 ล้านบาท รวมเป็น 250 ล้านบาทเพื่อสำรองไว้ให้บริการพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชาวนาที่จะนำสิ่งของมาจำนำเพื่อนำเงินไปเป็นค่าเทอมบุตรหลาน ซึ่งก่อนเปิดเทอมมีผู้มาใช้บริการทั้งจำนำไถ่ถอนไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย ต้องใช้เงินในการให้บริการไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาทต่อวัน จากช่วงปกติจะมีประชาชนมาใช้บริการเพียงวันละ 500 – 600 รายเท่านั้น ส่งผลให้เงินสดกว่า 150 ล้าน ที่ทางสถานธนานุบาลฯได้เตรียมไว้รองรับไม่เพียงพอกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
“ช่วงเปิดภาคเรียนปีนี้ มีประชาชน และพ่อแม่ ผู้ปกครองนำสิ่งของมาจำนำเพิ่มขึ้นจากช่วงเปิดเทอมปีที่ผ่านมาถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองบางส่วนเป็นชาวนาและยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าวประกอบกับต้องแบกรับภาระค่าครองชีพเพิ่มขึ้น เนื่องจากข้าวของราคาแพงขึ้นจึงจำเป็นต้องนำสิ่งของมาจำนำเพื่อนำเงินไปเป็นค่าเทอมและใช้จ่ายในครอบครัวคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการคึกคักไปจนถึงเดือนมิ.ย.นี้”อิทธิเดช ระบุ
ทั้งนี้ไม่แตกต่างกับ อรวรรณ แขวงโสภา ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง ยืนยันว่า ได้เพิ่มวงเงินอีกว่า 40 ล้านบาท จากสำรองเงินไว้กว่า 100 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ปกครองที่มีความต้องการใช้เงิน ซึ่งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ หากประชาชนมีความต้องการใช้เงินด่วนฉุกเฉิน นำเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของมีค่า สร้อยทองคำ แหวน หรือนาฬิกา ไปจำนำได้
นอกจากนี้ไม่เพียงแต่โรงรับจำนำภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเท่านั้นที่เพิ่มวงเงินสดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการประชาชนเท่านั้นสถานธนานุบาลภาคใต้ทุกแห่งได้ได้เพิ่มวงเงินสำรองไว้อีกเท่าตัวเพื่อรองรับประชาชนที่จะแห่มาใช้บริการคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำและราคายางพาราตกต่ำเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 60 บาท นำข้าวของมีค่ามาแลกกับเงินสดไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปจ่ายค่าเทอมค่าชุดนักเรียน
พิชัยยศ เส้นสิ้น ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง บอกว่า เตรียมเงินสดจำนวน 40 ล้านบาท และเงินหมุนเวียนในระบบอีก 225 ล้านบาท เพื่อสำรองเอาไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เนื่องจากเศรษฐกิจช่วงนี้ต้องยอมรับว่าซบเซา โดยเป็นผลมาจากยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของชาวตรัง มีราคาตกต่ำ จึงทำให้ชาวสวนมีรายได้ลดน้อยลง และได้รับความเดือดร้อน จึงต้องนำสิ่งของมาจำนำ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม
สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต บอกว่า สถานธนานุบาลเทศบาลนครภูเก็ต ได้สำรองเงินหมุนเวียนเพื่อให้บริการสำหรับผู้ปกครองที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะมาถึงนี้ จำนวนประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ สำหรับการคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ
ในยามที่อับจนถึงขั้นสุดท้ายจำต้องแบกของใช้ประจำวัน บ่ายหน้าเข้าโรงรับจำนำ อายจนสุดแสนที่จะอาย ไม่มีสถานที่ใดที่จะเป็นเพื่อนแท้จริงในยามจำเป็น "ที่พึ่งแหล่งสุดท้ายในยามทุกข์ยากคือ "โรงรับจำนำ"







