posttoday
ส่องเมืองโสมผ่านเยนส์เศรษฐศาสตร์

ส่องเมืองโสมผ่านเยนส์เศรษฐศาสตร์

12 พฤษภาคม 2557

หากจะพูดถึงประเทศเกาหลีใต้นั้น ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องนึกถึงโสมเกาหลี สมุนไพรบำรุงร่างกาย กิมจิอาหารชื่อดังที่ทำจากผักกาดดอง ซีรีส์ละครดัง รวมถึงนักร้องนักแสดงเกาหลี สิ่งเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมากอยากสัมผัสการท่องเที่ยวในรูปแบบ “ย้อนรอยซีรีส์เกาหลี” ในวันนี้ผู้เขียนจึงอยากแบ่งปันถึงมนต์เสน่ห์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้จากการได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานในหลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงินของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า ใน “มุมมองทางเศรษฐศาสตร์” ที่เราเห็นกันจนชินตา แต่อาจจะมองข้ามกันไป

หากจะพูดถึงประเทศเกาหลีใต้นั้น ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องนึกถึงโสมเกาหลี สมุนไพรบำรุงร่างกาย กิมจิอาหารชื่อดังที่ทำจากผักกาดดอง ซีรีส์ละครดัง รวมถึงนักร้องนักแสดงเกาหลี สิ่งเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมากอยากสัมผัสการท่องเที่ยวในรูปแบบ “ย้อนรอยซีรีส์เกาหลี” ในวันนี้ผู้เขียนจึงอยากแบ่งปันถึงมนต์เสน่ห์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้จากการได้เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานในหลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงินของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า ใน “มุมมองทางเศรษฐศาสตร์” ที่เราเห็นกันจนชินตา แต่อาจจะมองข้ามกันไป

รายได้ประชาชาติ (Gross Domestic Product) หรือ “GDP” ของประเทศเกาหลีใต้นั้นประกอบไปด้วยภาคการเกษตร 2.7% ภาคอุตสาหกรรม 39.8 % และภาคบริการ 57.5% จึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะพบเห็นแต่โรงงานต่างๆ ของกลุ่มแชโบล (Chaebol) เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง ซึ่งหมายถึงกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศนี้ อันประกอบด้วย 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ซัมซุง (Samsung) ฮุนได (Hyundai) แดวู (Daewoo) แอลจี (LG) และกลุ่มเอสเค (SK Group) ผลผลิตของบริษัทเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงมากและเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลพวงมาจากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ปาฏิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน” (The Miracle on the Han River) สิ่งนี้อาจเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้ทฤษฎี Swan Solow Growth Model ซึ่งกล่าวถึงการเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตได้ในระยะยาว

ในส่วนของเศรษฐกิจและระบบการเงิน ธนาคารกลางของประเทศเกาหลี (BOK) ให้ความสำคัญในการปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ โดยมีการจัดทำในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้ามาทัศนศึกษา โดยสื่อการเรียนรู้ในธนาคารกลางแห่งนี้สามารถทำให้เรื่องเศรษฐศาสตร์มหภาคที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องยาก เช่น เรื่องของกลไกการส่งผ่านนโยบายเงิน ซึ่งแสดงช่องทางที่ธนาคารกลางใช้ในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ กลับกลายเป็นเรื่องที่สามารถปลูกฝังให้เด็กๆ เข้าใจได้ผ่านการใช้ Animation ประกอบ และทำให้พวกเขาสนุกสนานไปกับการเรียนรู้ ในขณะที่ภาคของตลาดทุน KRX หรือตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบการซื้อขายที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และตลาดอนุพันธ์ที่มีจำนวนการซื้อขายสัญญาสูงสุดในโลก มีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าอ้างอิงเป็น “ขาหมู” ซึ่งแสดงถึงการใช้ตราสารการเงินเพื่อลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ ภายในห้องโถงใหญ่ของ KRX ยังมีกระดานมหึมาที่มีหุ้นชื่อคุ้นตา อย่างเช่น “NAVER” เจ้าของแอพพลิเคชั่นยอดฮิต “LINE” ที่ราคาราวๆ 7.25 แสนวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณหุ้นละ 21,750 บาท

อาหารทุกมื้อ ณ ดินแดนโสมแห่งนี้ จะมีเครื่องเคียงเป็นกิมจิและผักดองนานาชนิด ตามธรรมเนียมของประเทศเกาหลี ไอศกรีมต้องบริกเก (Briggae) สุราก็ต้องโซจู เบียร์ก็ต้องคาส (Cass) เราจะเห็นคนเกาหลีบริโภคสินค้าเกาหลี ใช้แต่ผลิตภัณฑ์เกาหลี โทรศัพท์ต้องซัมซุง รถยนต์แดวูและฮุนไดเต็มถนน การปลูกฝังให้คนในชาติมีความเป็น “ชาตินิยม” นั้นเป็นสิ่งที่ยาก แต่การทำให้ชาวต่างชาติยอมรับความเป็น “ชาตินิยม” ของประเทศตนนั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า และแน่นอนว่าสิ่งที่เรียกว่า “ชาตินิยม” นี้ทำให้เศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศนั้นแข็งแกร่งและเติบโตมานักต่อนัก สิ่งที่ผู้คนที่นี่ได้ “นำเสนอ” ไม่ว่าจะในรูปของสินค้าหรือบริการก็ตามแต่นั้น ไม่ใช่การ “ยัดเยียด” และสามารถสร้างอรรถประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเงินวอนที่จ่ายออกไป ซึ่งผลที่ได้ไม่เพียงแต่ภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยเป็นเครื่องมือในการช่วยส่งเสริมการขายสินค้าอื่นๆ ของเกาหลีในตลาดโลกอีกด้วย

หากใครได้เดินทางมาเกาหลี จะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจการเงินของเกาหลีใต้ จะทึ่งกับการวางผังเมืองและการพัฒนาคลองชองเกชอน จะสนุกสนานกับการแสดงโชว์ต่างๆ จะเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งของฝากและฝากซื้อในตลาดเมียงดง จะคิดถึงกลิ่นหอมหวานของสตรอเบอร์รีลูกใหญ่ๆ จะจับใจกับเกล็ดหิมะร่วงโรยจากฟ้า และจะรับรู้ถึงความรับผิดชอบของ “ประชาชน” ของประเทศนี้ ตัวต่อชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มความเป็น “เกาหลี” ให้สมบูรณ์

ในขณะที่กระเช้าลอยฟ้าค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาจาก N Seoul Tower ณ ระดับความสูงที่เทียบเทียมได้กับยอดไม้บริเวณเนินเขานัมซาน ระหว่างทางจะเห็นยอดอ่อนและดอกตูมที่พร้อมจะผลิบานของดอกซากุระเกาหลีในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะสวยงามเพียงใดนั้น ต้องอาศัยดิน น้ำ อากาศ และสารอาหารที่เหมาะสม เฉกเช่นเดียวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศย่อมต้องอาศัยการพัฒนาไปพร้อมกันในทุกๆ ด้านและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แน่นอนว่าดอกซากุระดอกตูมเหล่านี้กำลังเงี่ยหูฟังเสียงก้าวย่างของฤดูใบไม้ผลิที่กำลังตบเท้าเข้ามาทักทายในอนาคตของประเทศที่ชื่อว่า “สาธารณรัฐเกาหลี” เพื่อผลิบานอวดโฉมความงามของต้นแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียน และแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในเวทีเศรษฐกิจโลกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท