
ม็อบทุบหุ้นน่วมต่อสัปดาห์นี้ตปท.หนีเที่ยวไทย 1.8 หมื่นล้าน
ธุรกิจและการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองที่ไร้ทางออก ท่ามกลางความหวั่นวิตกม็อบทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน หรือมีเหตุการณ์รุนแรงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น
ธุรกิจและการลงทุนยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองที่ไร้ทางออก ท่ามกลางความหวั่นวิตกม็อบทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน หรือมีเหตุการณ์รุนแรงที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น
เสมอ จินดาพงษ์ รองประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกำลังเคลื่อนไหวต่อสู้กันอยู่ขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วประเทศรู้สึกวิตกกังวล เพราะเกรงว่าชาวต่างชาติจะหมดความเชื่อมั่นและเลิกการจองทัวร์มาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะการระดมประชาชนทั้งสองฝ่ายมาปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งอาจจะมีการเผชิญหน้ากันและก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
ทั้งนี้ จากการประชุมหารือของเครือข่ายสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีประธานสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว 58 จังหวัดทั่วประเทศ ที่พัทยา เมื่อวันที่ 910 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลให้ชาวต่างชาติยกเลิกทัวร์เข้ามาในประเทศไทยแล้วกว่า 10% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทัวร์ในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง หากเกิดความรุนแรงขึ้นก็จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลดน้อยลงเกือบทั้งหมด รวมทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศก็จะหยุดชะงักลงมาเช่นกัน
“ทางสมาพันธ์ฯ กำลังจับตาสถานการณ์การเมืองในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมวางแผนรับมือไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์การท่องเที่ยวในระยะยาวต่อไป” เสมอ กล่าว
ด้านการลงทุนในหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรงที่สุดในเอเชียถึง 3.1% จนหลุดระดับสำคัญ 1,400 จุด ไปอย่างง่ายดาย มาปิดที่ระดับ 1,377.37 จุด หลังจากนักลงทุนต่างชาติมีการกระหน่ำขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมาอย่างหนัก โดยเฉพาะวันศุกร์ ทิ้ง 1,885 ล้านบาท แม้ว่านักลงทุนรายย่อยจะช้อนซื้อไว้ก็ไม่สามารถต้านทานไว้ได้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ยังคงถูกปัจจัยการเมืองกดดันต่อ เพียงแต่ประเด็นได้ถูกเปลี่ยนจากเรื่องของกลไกทางกฎหมายมาเป็นเรื่องของสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดเนื่องจากมีการจัดชุมนุมใหญ่ของทั้ง กปปส.และ นปช.ถือเป็นภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะเกิดความรุนแรงนับเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ
สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิหุ้นในภูมิภาคต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ราว 687 ล้านเหรียญสหรัฐ ในส่วนของตลาดหุ้นไทยพบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมา แต่เบาบางเพียง 481 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ เชื่อว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจากนักลงทุนต่างชาติน่าจะมีน้ำหนักในการผลักดันดัชนีหุ้นไทยลดลง และยิ่งกว่านั้นอาจต้องระวังแรงขายทำกำไร
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและ บล.กสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มดัชนีหุ้นในสัปดาห์นี้ มีโอกาสปรับตัวลดลงโดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองและแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ
บล.กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,364 และ 1,344 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,385 และ 1, 400 จุด ตามลำดับ







