
สื่อนอกมองวิกฤตไทยหนีไม่พ้นสงครามกลางเมือง
สื่อต่างประเทศหลายสำนักเกาะติดสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่ร้อนระอุขึ้นทุกขณะอย่างใกล้ชิด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สื่อต่างประเทศหลายสำนักเกาะติดสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่ร้อนระอุขึ้นทุกขณะอย่างใกล้ชิด หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล ประกาศพร้อมต่อสู้อย่างเต็มที่ หากมีความพยายามแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตามคำเรียกร้องของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
หนังสือพิมพ์เดอะ เทเลกราฟ ของอังกฤษ เปิดเผยบทความระบุว่า ไทยใกล้เสี่ยงเผชิญกับภาวะสงครามกลางเมืองแล้ว ภายหลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศพร้อมต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง หรือมาจากการรัฐประหารอย่างเต็มที่ จุดชนวนความกังวลเป็นวงกว้างว่า อาจเกิดเหตุปะทะกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงอีกระลอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะจุดชนวนให้เกิดวิกฤตในประเทศ เพราะทางออกเดียวของไทย คือ การรักษาความเป็น|ประชาธิปไตยเอาไว้ ผมต้องการประกาศให้ประธานทั้งสามองค์กรและวุฒิสภาได้รับรู้ว่า พวกคุณกำลังนำพาประเทศสู่หายนะ พวกคุณกำลังจุดชนวนวิกฤตที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ไม่มีใครอยากเจอ”จตุพร ประกาศกร้าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลนำโดยกลุ่ม กปปส. เดินหน้าล้มล้างระบอบทักษิณอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเดินขบวนไปยังสถานีโทรทัศน์และปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อกดดันให้ทางวุฒิสภาเร่งหารือกับประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยเร็ว
วันเดียวกัน เว็บไซต์เดอะ สตาร์ ออนไลน์ ของมาเลเซีย เปิดเผยบทบรรณาธิการแสดงความเห็นว่า ทางออกจากวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองของไทยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการปฏิรูปที่สามารถประสานความแตกต่างทางความคิดของกลุ่มคนสองฝ่ายที่มีความเห็นต่างกันได้เท่านั้น
“หากการปฏิรูปในอนาคตสามารถป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบได้ แต่คนไทยยังคงมีมุมมองต่อขอบข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบที่แตกต่างกันอยู่เช่นเดิม การปฏิรูปใดๆ ก็ไร้ประโยชน์”บทบรรณาธิการ ระบุ โดยอ้างถึงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกรณีถอดถอนยิ่งลักษณ์ เนื่องจากในขณะที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเห็นพ้องในมติดังกล่าว ทว่ากลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลกลับไม่ยอมรับคำตัดสิน เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมและสร้างความแตกแยกในสังคม
“ประชาชนในประเทศยังคงเห็นต่าง ซึ่งทำให้การปฏิรูปใดๆ ยากยิ่งขึ้น เพราะการปฏิรูปใดๆ ไม่เพียงแต่ต้องสร้างความปรองดองและเชื่อมความต่างแล้ว ยังต้องดำรงไว้ถึงเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดภายใต้ความเป็นประชาธิปไตย เส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างสองด้านนี้อาจหมายถึงการก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งหรือฉุดรั้งให้ไทยต้องนับหนึ่งใหม่”บรรณาธิการแดนเสือเหลือง ระบุ
ขณะที่จาการ์ตาโกลบของอินโดนีเซีย เปิดเผยบทบรรณาธิการแสดงความคาดหวังว่า ไทยจะสามารถหาทางออกในปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้โดยเร็วด้วยสันติวิธี เนื่องจากความมีเสถียรภาพของไทย ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อประเทศไทยเองแล้ว ยังมีความสำคัญต่อความมีเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
“อินโดนีเซียได้เห็นความรุนแรงและเหตุนองเลือดเกิดขึ้นในไทยบ่อยครั้ง และเราเชื่อว่าคนไทย|มีสติปัญญาที่จะอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้”บทบรรณาธิการ ระบุ
สื่อแดนอิเหนา ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการถอดถอนยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งว่า อาจส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของไทยในเวทีอาเซียนอีกด้วย
“รัฐบาลรักษาการอ่อนแอเกินกว่าที่จะเป็นตัวแทนของประเทศ ทำให้ประเทศไทยไม่มีสิทธิออกเสียงในการแก้ปัญหาต่างๆ ของภูมิภาคได้ และหากไม่มีความร่วมมือจากไทย อาเซียนอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการบรรลุสู่การเป็นประชาคมอาเซียน”จาการ์ตาโกลบ ระบุ







