posttoday
ค้าน"ศาล-องค์กรอิสระ"นั่งคนกลางตั้งนายกฯ

ค้าน"ศาล-องค์กรอิสระ"นั่งคนกลางตั้งนายกฯ

12 พฤษภาคม 2557

ข้อเสนอนี้จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อทั้งรัฐบาลและ กปปส.ใจกว้างพอที่จะยอมรับให้อีกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ชัดเจนแล้วว่า ยกสุดท้ายของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ต้องการปิดเกมรัฐบาลชุดนี้ด้วยการขอร้องให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และประธานวุฒิสภา ร่วมกันประชุมเพื่อเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550

ขณะที่เกมของฝ่ายตรงข้ามอย่างรัฐบาลนั้น นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดว่า จะเดินหน้าการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.นี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่า กปปส.ย่อมไม่เอาด้วยแน่นอน ทำให้วิกฤตตอนนี้ไม่มีทางอื่น นอกจากเข้าสู่จุด “เดดล็อก” อีกครั้ง

“โพสต์ทูเดย์” พูดคุยกับสองนักวิชาการ เพื่อวิเคราะห์ว่า ทางออกที่ถูกหยิบมากางบนโต๊ะขณะนี้ ทางใดที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และจะเป็นทางออกให้กับประเทศมากกว่าที่จะเป็นทางตัน

โคทม อารียา ประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า ทางเลือกที่ให้ประธานศาล ประธานวุฒิสภา มาหารือกันนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจองค์กรเหล่านี้ในการหารือกันเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง และข้อเสนอนี้ก็เป็นเพียงข้อเสนอของคนกลุ่มเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเดินหน้าต่อไปก็ไม่ใช่ทางออก แต่จะเป็นทางตันอีกรอบ เช่นเดียวกับการเดินหน้าเลือกตั้งที่ถูกล็อกไว้แล้วเช่นกันว่า หากเลือกตั้ง กปปส.ก็จะเดินหน้าขัดขวางอีก

“ผมคิดว่าต้องคุยกัน หาก กปปส.ไม่อยากได้ระบอบทักษิณ ไม่อยากได้คุณนิวัฒน์ธำรงเป็นรักษาการนายกฯ ก็มาคุยกับรัฐบาล คุยกับ นปช.ว่าอยากได้ใครเป็นนายกฯ หลังจากนั้นคุณนิวัฒน์ธำรงก็เสนอตั้งบุคคลนั้นเข้ามาเป็นรองนายกฯ แล้วให้ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกฯ แทน ซึ่งบุคคลนี้เองก็จะเป็นผู้นำวางกรอบการปฏิรูป ทำโรดแมปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปต่อไป อย่างนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ”โคทม ระบุ

เขาบอกอีกว่า ข้อเสนอนี้จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อทั้งรัฐบาลและ กปปส.ใจกว้างพอที่จะยอมรับให้อีกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ ซึ่งแม้รักษาการนายกฯ คนใหม่ จะไม่ได้มีอำนาจเต็ม มีแค่อำนาจรักษาการเท่านั้น แต่ก็ดีกว่าเดินหน้าเสนอนายกฯ มาตรา 7 ที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายหน้าตาเป็นอย่างไร หรือเป็นคนของใคร รวมถึงเกิดคำถามว่า “เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย” จริงหรือไม่

ขณะที่ ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ไม่มีขั้นตอนกำหนดในรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ในหลักจารีตประเพณีว่าประธานศาล หรือประธานองค์กรอิสระสามารถหารือเพื่อเสนอนายกฯ มาตรา 7 ขณะเดียวกัน หลักปฏิบัติเคร่งครัดว่าองค์กรศาลห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะฉะนั้น ทางเลือกนี้จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือหากเกิดขึ้นจริง ก็อาจถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นถอดถอนเช่นเดียวกัน

“ถ้าจำกันได้ ก่อนหน้านี้ กกต.นัด 7 องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อหารือถึงทางออกของประเทศ สำนักงานศาลปกครองสูงสุด และสำนักงานอัยการสูงสุดได้ขอถอนตัวจากการเป็นตัวแทน เพราะเป็นองค์กรตุลาการ ไม่สามารถแก้ไขหรือชี้นำปัญหาใดๆ โดยปราศจากการมีผู้เสนอข้อพิพาทได้ เพราะฉะนั้น คำตอบขององค์กรศาลครั้งนี้คงไม่ต่างกัน”ทศพล ระบุ

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มช. บอกอีกว่า แนวทางการใช้มาตรา 7 ไม่ว่าจะโดยใครนั้น มีความเสี่ยงว่าอาจถูกตีกลับจากราชเลขาธิการ เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส.เท่านั้น และรัฐธรรมนูญไทยฉบับปัจจุบันไม่ได้มีช่องว่างกำหนดให้สามารถเสนอชื่อใครก็ได้เป็นนายกฯ อย่างในอดีต

ส่วนข้อถกเถียงเรื่องอำนาจของรัฐบาลนั้น ทศพล บอกว่า ขณะนี้ภารกิจของ ครม.รักษาการตามกฎหมาย แทบไม่สามารถทำหน้าที่อื่นได้แล้ว นอกจากการทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

“หากจะให้เดินหน้าด้วยแนวทางกฎหมาย ก็มีแนวทางเดียวคือทุกคนกลับบ้าน รัฐบาลทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง โดยกำหนดให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป และให้ประชาชนตัดสินว่าจะเอาแนวทางใด แต่หากเป็นไปในรูปแบบไทยๆ ก็คือให้คู่ขัดแย้ง รวมถึงกลุ่มทุนเบื้องหลังของทั้งสองฝ่ายหารือว่าจะไปต่ออย่างไร”ทศพล ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท