
ลุ้นครม.ชุดใหม่เคาะ สัมปทานปิโตรเลียม
กรมเชื้อเพลิงฯ ลุ้นรัฐบาลใหม่เคาะสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณบงกช
กรมเชื้อเพลิงฯ ลุ้นรัฐบาลใหม่เคาะสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณบงกช
ที่จะหมดสัญญาปี 65 คือแหล่งเอราวัณของ เชฟรอนและ แหล่งบงกชของปตท.สผ. หวังให้การผลิตต่อเนื่องบนหลักการผลตอบแทนรัฐสูงสุด
นางวรรณาภรณ์ สวัสดิมงคล รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงฯ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางบริหารจัดการสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี 2565 ได้แก่ แหล่งบงกช ในอ่าวไทยของบริษัท ปตท. สำรวจและปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) และแหล่งเอราวัณ ของบริษัท เชฟรอน
ทั้งนี้ ได้กำหนดไว้หลายแนวทางเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ตัดสินใจเลือกแนวทางที่ดีที่สุด และจะต้องพิจารณาให้เสร็จก่อนปี 2560 โดยมีปัจจัยหลัก คือ 1.ผลตอบแทนต่อรัฐสูงสุด 2.รักษาระดับอัตราการผลิตปิโตรเลียมต่อไปได้ และ 3.โปร่งใส
สำหรับแหล่งสัมปทานฯดังกล่าวเคยได้รับสิทธิ์ต่อสัญญามาแล้ว1 ครั้ง ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมที่ได้กำหนดไว้หลังจากได้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านมา 30 ปี และได้ต่ออีก 10 ปีสุดท้าย แต่หลังจากนี้ไม่สามารถต่ออายุสัมปทานได้อีก
สำหรับแนวทางในการบริหารแหล่งสัมปทานที่หมดอายุนั้นศึกษาไว้หลายแนวทาง ทั้งเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานใหม่ การต่อสัมปทานให้กับเอกชนรายเดิมแต่ปรับเงื่อนไขผลตอบแทนที่สูงขึ้น และสัญญาแบบระบบแบ่งปันผลผลิตซึ่งจะศึกษาข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทางนำเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาตัดสินใจ
อย่างไรก็ตามหลักการพิจารณาจะคำนึง 3 ปัจจัหลัก คือ 1.ผลตอบแทนที่รัฐจะต้องได้สูงสุด ไม่น้อยกว่าเดิม 2. แนวทางที่ทำให้การผลิตปิโตรเลียมมีความต่อเนื่องสามารถรักษาระดับอัตราการผลิตต่อไปได้ และ3. แนวทางที่มีความโปร่งใสในการดำเนินการ
“กรมเชื้อเพลิงฯ กำลังศึกษาข้อดีข้อเสียของการบริหารแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุ ควรเลือกใช้วิธีไหนที่ดีที่สุด และไม่ทำให้เกิดข้อครหาสิ่งสำคัญต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส โดยภายในปี 2560 จะต้องทราบแล้วว่าจะใช้แนวทางไหน เนื่องจากต้องให้เวลากับการดำเนินการแม้สัมปทานฯจะหมดอายุในปี 2565 ก็ตาม ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะต้องรอรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา รวมถึงแนวทางการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ที่ได้เลื่อนออกมาหลายปีแล้ว” นางวรรณาภรณ์ กล่าว







