posttoday
สว.ขยับ-รับบาลยื้อ 'กปปส.-นปช.' เปิดศึกรัฐธรรมนูญ

สว.ขยับ-รับบาลยื้อ 'กปปส.-นปช.' เปิดศึกรัฐธรรมนูญ

11 พฤษภาคม 2557

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง วันที่ 10 พ.ค. เป็นไปด้วยความดุเดือดเข้มข้น

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง วันที่ 10 พ.ค. เป็นไปด้วยความดุเดือดเข้มข้น เมื่อฝ่าย กปปส.ซึ่งชุมนุมใหญ่มาแล้ว 2 วัน กับฟากรัฐบาลโดยกลุ่มเสื้อแดงที่เพิ่งชุมนุมใหญ่เมื่อวานนี้ ที่ถนนอักษะต่างมีมวลชนมาร่วมแสดงพลังกันอย่างคึกคัก โดยที่แกนนำทั้งสองฝ่ายได้งัดรัฐธรรมนูญมาเปิดศึกแย่งชิงอำนาจกันอย่างสุดกำลัง

ในขณะที่ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุม สว.นอกรอบเพื่อหารือการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ หลังจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เสนอให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาตรา 7 ภายในวันที่ 12 พ.ค.นี้

“ได้ฝากการบ้านไว้กับสมาชิกทั้ง 150 คนแล้วเพื่อให้ช่วยกันคิด และทันทีที่มีการเริ่มต้นพูดคุยก็จะได้เข้าประเด็นทันทีว่าสูตรไหนจะเป็นทางออกให้ประเทศ และเมื่อตกผลึกแล้ว ผมก็จะเรียนเชิญผู้นำส่วนราชการที่เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมาหารือต่อไป” สุรชัย ระบุ

อย่างไรก็ตาม สุรชัยยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะดำเนินการตั้งนายกฯ มาตรา 7 ตามข้อเสนอของสุเทพหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า การหาทางออกให้กับประเทศขณะที่คู่ขัดแย้งยังมีความขัดแย้งสูง จะต้องบริหารความขัดแย้งให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะนำข้อเสนออะไรไปที่ไม่ถูกใจอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมรับ

“ข้อเสนอสุเทพก็เป็นสูตรหนึ่งที่ผมรับไว้พิจารณา ผมเรียนแล้วว่ารับไว้ทุกสูตร สูตรที่ใช้ได้กับสถานการณ์และเป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายก็ยุติที่สูตรนั้น คงต้องขอเวลาอีกหน่อย” สุรชัย ระบุ

ขณะที่รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะยื้อการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดย นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ระบุขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับเรื่องการเลือกตั้งวุฒิสภาอย่างเป็นทางการและเมื่อได้รับแล้วรัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อน เพราะพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ไม่ได้มีการกำหนดวาระการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาไว้ด้วย

“รัฐบาลจึงต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเพื่อความถูกต้องก่อนการดำเนินการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมาย และรัฐบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนให้เร็วที่สุดต่อไป” นิวัฒน์ธำรง ระบุ

ทั้งนี้ นิวัฒน์ธำรงได้ยืนยันสถานะตัวเองว่า รัฐบาลรักษาการยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ โดยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลเลือกตั้ง

ด้านสุเทพได้แถลงการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภาเร่งหารือปรึกษาประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการให้มีนายกฯ คนใหม่ทันที พร้อมบอกว่ามวลมหาประชาชนจะยังคงชุมนุมอยู่จนกว่าจะมีนายกฯ และคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ

การแถลงของสุเทพครั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่อง ยกเว้นช่อง 11 ได้เกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดสดให้ด้วย ซึ่งสุเทพย้ำว่าขณะนี้ประเทศอยู่ในสภาพไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศอีกต่อไป เพราะไม่มีนายกฯ หรือนายกฯ รักษาการ คงมีแต่รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรัฐมนตรีเท่านั้น

สุเทพ ระบุอีกว่า หากเป็นยามปกติ สภาผู้แทนราษฎรจะเลือกนายกฯ คนใหม่ทันที แต่ขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาจึงเป็นองค์กรนิติบัญญัติองค์กรเดียวที่เหลืออยู่ จึงขอเรียกร้องวิงวอนให้ประธานวุฒิสภารีบดำเนินการภายในวันที่ 12 พ.ค. ไม่เช่นนั้นมวลมหาประชาชนจะดำเนินการเอง

สุเทพ ยังได้กล่าวปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินี ว่า ในวันที่ 11 พ.ค. จะใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นกองบัญชาการใหม่ ในการแถลงข่าว และขอเชิญคนในรัฐบาลมาเจรจากันได้ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพร้อมแล้วที่จะเจรจา

“ผมได้ตัดสินใจยุบเวทีสวนลุมพินีในวันที่ 12 พ.ค.แล้วจะเคลื่อนย้ายไปชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เรายึดถนนราชดำเนินทั้งเส้น โดยจะเป็นการกลับไปฉลองชัยที่ถนนราชดำเนิน ตามที่เราได้สัญญากันเอาไว้ก่อนหน้านี้” สุเทพ ระบุ

ฝั่งคนเสื้อแดง จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวปราศรัยบนเวทีที่ถนนอักษะ เรียกร้องให้ประธาน 3 ศาล ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของสุเทพที่จะให้ตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7 เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ

“ข้อเรียกร้องของสุเทพจึงถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ที่จะมีอำนาจสนองพระบรมราชโองการคือนายกฯ คนเดียว และนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น” จตุพร ระบุ

นอกจากนี้ จตุพร ระบุอีกว่า การเลือกประธานวุฒิสภานั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่สามารถเลือกในการประชุมสมัยวิสามัญได้ เนื่องจากต้องเลือกประธานวุฒิสภาในการประชุมสมัยสามัญเท่านั้น

“นายกฯ ตามมาตรา 3 มาตรา 7 ไม่สามารถทำได้ และคนเสื้อแดงจะไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด เพราะรัฐบาลและนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องไปยังประธานศาลฎีกาที่เป็นประมุขของศาล อย่าได้ทำตามข้อเรียกร้องของสุเทพ เพราะศาลฎีกายังไม่เคยถูกข้อครหาจากประชาชน และหากมีการประชุมในวันจันทร์เกิดขึ้นตามข้อเรียกร้องของสุเทพ ถือว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวิกฤตให้ประเทศไทยอย่างร้ายแรง จึงคาดหวังว่าจะไม่มีการประชุมดังกล่าว” จตุพร ระบุ

ทางด้าน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวปราศรัยว่า หากมีการเสนอนายกฯ มาตรา 7 นปช.จะยกระดับการต่อสู้ไม่กลับบ้านก่อนแล้วกลับมาสู้ใหม่ แต่จะบุกขอไปดูหน้าคนเสนอชื่อและคนที่จะมาเป็นนายกฯ เถื่อน และจะอยู่ชุมนุมในกรุงเทพฯ จนกว่านายกฯ เถื่อนจะออกไป ส่วนทางออกของปัญหาคือการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งเท่านั้น

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นั้น วานนี้ ได้ฝากข้อความผ่านทางรายการ ลับ ลวง พราง โดยยืนยันกองทัพต้องหนักแน่น จะทำตามใครเรียกร้องไม่ได้ ต้องใจเย็น

“ขอให้เชื่อมั่นในทหาร ซึ่งจะต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประเทศชาติและประชาชนได้ในทุกโอกาส ให้เก็บทหารไว้เป็นที่พึ่งสุดท้าย เชื่อว่าการรัฐประหารทำไปก็ไม่จบ ขอให้เข้าใจทหาร เพราะทหารทำหรือไม่ทำก็โดนตำหนิ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

ผบ.ทบ.ยังได้แนะให้เร่งหาทางออกตามกฎหมาย แต่อย่าเอากฎหมายมาสู้กัน พร้อมย้ำว่าทหารมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกฝ่าย

สถานการณ์จากนี้ ต้องจับตากันในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นสถานะรัฐบาลรักษาการหรือสถานะของสุรชัย ไปจนถึงข้อเสนอตั้งนายกฯ มาตรา 7 ของสุเทพว่าจะมีการขานรับจากประธาน 3 ศาล รวมถึงหากพ้นเส้นตาย 3 วันไปแล้วคือ วันที่ 12 พ.ค. ยังไม่มีการตั้งนายกฯ คนใหม่ สุเทพจะเคลื่อนไหวปฏิบัติการอย่างไร ท่ามกลางการจับจ้องบทบาทของกองทัพ จะขยับเข้าแก้สถานการณ์หรือไม่ ในช่วงจังหวะที่เสื้อแดงชุมนุมใหญ่ต้านรัฐประหาร ค้านนายกฯ มาตรา 7 อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะได้รู้กัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์