posttoday
หนุนประธานศาลถกทางออก นักวิชาการหวั่นขัดแย้งหนัก

หนุนประธานศาลถกทางออก นักวิชาการหวั่นขัดแย้งหนัก

10 พฤษภาคม 2557

มีเสียงวิจารณ์จากข้อเสนอของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

มีเสียงวิจารณ์จากข้อเสนอของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ให้ประธานวุฒิสภาคนใหม่และประธานศาลฎีกาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมือง โดยต้องขจัดระบอบทักษิณให้หมดไป และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากนั้นต้องจัดให้มีสภานิติบัญญัติ โดย สุเทพ ระบุว่า หากประธานศาลและประธาน กกต.ไม่มาหารือกัน กปปส.ก็จำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีการของเราเองแบบม้วนเดียวจบ และต้องจบเร็ว

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เป้าหมายของการปฏิวัติประชาชนเพื่อแต่งตั้งนายกฯ คนกลางแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้ไม่เกิดสภาพสุญญากาศที่ฝ่าย กปปส.และแนวร่วมหวังจะให้เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงเห็นว่าการยึดสถานีโทรทัศน์และการยึดรัฐสภากับทำเนียบรัฐบาลคงทำได้เชิงสัญลักษณ์

“ขณะนี้รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่อยู่เฉยๆ แล้วดูต่อไปว่า กปปส.จะทำอะไรเท่านั้น ที่น่ากังวลมากกว่าคือการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ อาจนำไปสู่การยั่วยุให้เกิดความรุนแรงจากการขยายพื้นที่ชุมนุม หรืออาจเกิดสถานการณ์ที่ทำให้คนบาดเจ็บ เพื่อให้รัฐบาลหมดความชอบธรรม และให้ทหารออกมาทำหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้เกิดการรัฐประหาร”

พล.อ.เอกชัย บอกอีกว่า เป้าหมายของ กปปส.ที่ต้องการบีบบังคับให้ประธานศาล ประธานวุฒิสภา และ กปปส. หารือร่วมกันเพื่อให้เกิดแนวทางตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรือต่อให้เป็นไปได้ ก็จะเผชิญกับความขัดแย้งรอบใหม่จากฝ่ายตรงข้ามอย่างคนเสื้อแดง ซึ่งไม่ได้เป็นจุดจบหรือเป็นทางออกของวิกฤตขณะนี้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตรอบใหม่ที่รัฐบาลนายกฯ คนกลางจะต้องเผชิญหน้ามากกว่า

ขณะที่ สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า คนที่มีสติน่าจะเริ่มคิดได้ว่าข้อเสนอของ กปปส.นั้น ไม่ได้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย และสิ่งที่เรียกว่า ปฏิวัติ ไม่ว่าจะด้วยทหารหรือด้วยประชาชน เกิดขึ้นได้แค่กระบวนการ แต่การรักษาอำนาจหลังจากนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี สังเกตจากการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เป็นต้นมา ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส.ไม่ได้ต้องการปฏิวัติประชาชน แต่ต้องการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง

“หากเรายอมรับว่าการนำคน 2 หมื่นคนไปปิดช่องทีวี ปิดทำเนียบรัฐบาล ปิดรัฐสภา คือการปฏิวัติประชาชน มีการอ้างมาตรา 3 จนนำไปสู่การเสนอนายกฯ มาตรา 7 ก็ต้องถามกลับว่า หากวันนี้คนเสื้อแดงชุมนุมแบบเดียวกัน เอาคน 2 หมื่นคนไปปิดช่องทีวีแบบเดียวกัน ถือเป็นการปฏิวัติประชาชนหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคุณสุเทพชนะ มันเกิดรูปแบบเดียวกันขึ้นแน่นอน และกำลังพาสังคมไทยไปสู่ความยุ่งยากมากขึ้น” สมชาย กล่าว

ศ.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แกนนำ กปปส. กล่าวว่า วิกฤตประเทศที่เผชิญอยู่ และสถานะของรัฐบาลที่ไม่สมประกอบ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ตั้งอยู่ข้างหน้าของประเทศได้ ดังนั้นถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองซึ่งมีความรู้ความสามารถควรจะได้มาร่วมคิดหาทางออกให้ประเทศก็จะดีกว่าต่างคนต่างอยู่

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะต้องไปหารือกัน ไม่อาจไปคิดแทนท่านได้ เพราะหากเป็นสถานการณ์ปกติมันก็สามารถเดินหน้าไปได้ตามกลไกปกติ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่ปกติก็ต้องมาช่วยกันคิด เพราะแม้แต่นักรัฐศาสตร์เองก็ยังพูดว่าอย่ามัวแต่ไปพูดเรื่องกฎหมายอยู่ ทำอย่างไรถึงจะให้ประเทศรอด ให้ประเทศรอดก่อน กฎหมายถึงจะบังคับได้

คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า ส่วนตัวขอสนับสนุนให้องค์กรหรือสถาบันที่ขอใช้คำว่า “ยืนแถวหน้าในงานพระราชพิธี” ได้ร่วมกันปรึกษาหารือและหาทางออกต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง เพราะในปัจจุบันยอมรับว่าองค์กรที่ดำเนินการเรื่องนี้เพียงลำพังไม่สามารถที่จะหาทางออกได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท