
เปิดโต๊ะเจรจา
ท่ามกลางความตึงเครียดจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทย
ท่ามกลางความตึงเครียดจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทย ที่ส่อเค้าให้เห็นถึงความรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นมา แสงสว่างในปลายอุโมงค์ก็บังเกิดขึ้น
เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ผู้เป็นแกนนำหลักมีท่าทีผ่อนคลายลง เมื่อประกาศในวันที่ 9 พ.ค. ว่า พร้อมที่จะเจรจาหารือเรื่องทางออกของประเทศกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี จากเดิมที่มีท่าทีแข็งกร้าวว่าจะไม่เจรจากับใครใดๆ ทั้งสิ้น
การปรับเปลี่ยนท่าทีของนายสุเทพ เป็นเรื่องที่รัฐบาลรักษาการน่าจะใช้จังหวะและโอกาสนี้เปิดโต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับประชาชนในประเทศ
รัฐบาลรักษาการจะต้องเลิกยึดติดกับทิฐิในการรักษาไว้ซึ่งอำนาจในการบริหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตระหนักในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อบริหารประเทศให้เกิดความเรียบร้อย และสร้างความสงบสุขให้กับประเทศ
หากรัฐบาลสามารถที่จะเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างเป็นทางการ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบกับอำนาจอธิปไตยของประเทศ ซึ่งหมายรวมไปถึงอาณาเขต ดินแดน ประชากรได้ รัฐบาลก็สามารถที่เปิดโต๊ะเจรจากับมวลมหาประชาชนที่เป็นคนไทยและออกมาต่อต้านรัฐบาล เพื่อต้องการปฏิรูปประเทศ และร่วมกันสร้างกติกา สร้างทางเลือกที่ดีกว่าในการบริหารจัดการประเทศ
รัฐบาลรักษาการต้องตระหนักว่าสถานะและประสิทธิภาพในการทำหน้าที่บริหารประเทศในภาวะที่ขาดซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น การบริหารประเทศในด้านต่างๆ มิอาจทำหน้าที่ได้เต็ม 100% เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำประเทศนั้นมีกฎหมายเฉพาะกำหนดบทบาทเฉพาะตัวไว้ โดยผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีมิสามารถทำหน้าที่แทนได้
ขณะเดียวกันนั้น การเปิดโต๊ะเจรจากันของคนไทยเพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทยให้เดินไปในทางที่ดีกว่า ด้วยวิธีการที่คนไทยมาร่วมกันปฏิรูปประเทศเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในอนาคต ย่อมมีคุณาปการมากกว่าจะดันทุรังเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ในอุ้งมือแต่ประเทศเสียหายในวงกว้าง
นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้ซึ่งกล้าประกาศอาสาเข้ามาบริหารประเทศเพื่อสร้างกลไกที่ดี และสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชนคนไทยต้องกล้าที่จะตัดสินใจหาช่องทางเพื่อนำพาประเทศให้รอด มิใช่ยึดติดกับเงื่อนไขเพื่อรักษาอำนาจไว้เพียงอย่างเดียว
ท่าทีของนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ที่กล้าระบุว่า ถ้าจะมีการคุยกันเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศก็ทำได้ แต่ต้องมีการทำประชามติด้วยจึงเป็นท่าทีที่รัฐบาลรักษาการและพรรคเพื่อไทยจะต้องสนับสนุน
มีแต่วิถีทางของการเจรจากันเท่านั้น ที่จะนำความสงบสุขคืนกลับมาสู่ประเทศไทยได้







