posttoday
เปิดหนังสือสุเทพเรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติหาทางออกประเทศ

เปิดหนังสือสุเทพเรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติหาทางออกประเทศ

09 พฤษภาคม 2557

เปิดหนังสือ "สุเทพ" ยื่นประธาน-สมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้นำร่วมกับองค์กรอื่นกำหนดให้มีรัฐบาลชั่วคราวปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง

เปิดหนังสือ "สุเทพ" ยื่นประธาน-สมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้นำร่วมกับองค์กรอื่นกำหนดให้มีรัฐบาลชั่วคราวปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. พร้อม แกนนำ กปปส. ได้เดินทางไปรัฐสภาและเข้ายื่นหนังสือต่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา โดยขอให้ประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภา ผู้ทำหน้าที่และใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติแสวงหาทางออกให้แก่ประเทศ ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

ด้วยปรากฏเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบัน ได้หมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ต่อไป อันสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี มิชอบด้วยกฎหมายเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้ตนเอง และเครือญาติ ด้วยมติเอกฉันท์ 9 : 0 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2557

และต่อมาในวันที่ 8 พ.ค. 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ก้มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ 7 : 0 ชี้มูลความผิดกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกขั้นตอนและทำให้รัฐขาดทุนกว่าสี่แสนล้านบาท ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีอีก 9 คนต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณื ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2554 เป็นต้นมานั้น รับบาลได้สร้างปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพิกเฉยต่อการดำเนินการใดๆต่อบุคคล กลุ่มบุคคลที่ละเมิดจาบจ้วง ล่วงเกินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินนโยบายประชานิยมและนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อาทิ รถคันแรก บ้านหลังแรก โครงการรับจำนำข้าว การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

การบริหารราชการแผ่นดินถูกครอบงำโดยระบอบทักษิณ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้อำนาจอธิปไตยฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติแทนปวงชนชาวไทยอย่างไม่เป็นธรรม ตามอำเภอใจ ไม่ซื่อสัตยืสุจริต ฉ้อฉล มีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีวาระซ่อนเร้น ก่อให้เกิดการทุจริต คอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ใช้เสียงข้างมาก โดยมิได้คำนึงถึงเสียงข้างน้อย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของฝ่ายรัฐบาลผู้กุมเสียงข้างมากในรัฐสภา ท่ามกลางความซับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน หรือกลุ่มบุคคล กับผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชนโดยรวม อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 190 ที่มาของ สว. จนทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ฝ่ายเสียงข้างมากหรือรัฐบาล ได้ใช้อำนาจของเสียงข้างมาก กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาก ซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

การกระทำหรือพฤติการณ์ที่ทำให้ปวงชนชาวไทยหมดความอดทน อดกลั้นต่อรัฐบาลหรือฝ่ายเสียงข้างมากลุกฮือขึ้นต่อต้านหลายล้านคน และไม่ยอมรับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คือ การออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ..... ที่มีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2547 ถึง 3 ส.ค. 2556 ส่งผลให้ กรณีตากใบ คดีทุจริตคอร์รัปชั่น ร่ำรวยผิดปกติ ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ พี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าไปเกี่ยวข้อง สั่งการ และบางคดีที่ศาลสถิตยุติธรรมได้พิพากษาว่า เป็นความผิดและตัดสินจำคุก ได้รับนิรโทษกรรม พร้อมกับการคืนเงิน 46,000 กว่าล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวด้วย

แม้ในเวลาต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 ก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาวะปกติสุข ประชาชนชาวไทยหลายล้านคนกลับออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการลาออก และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง และขอให้เลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ออกไปก่อน แต่รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ออกมาปฏิเสธและยืนยันจะให้มีการเลทอกตั้งในวันดังกล่าว จนนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ

การลุกฮือของประชาชนชาวไทยหลายล้านคนภายใต้การนำของ กปปส. ได้ชุมนุมภายใต้กรอบของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ สงบสันติ ปราศจากอาวุธ เป็นการแสดงออกทางความคิดทางการเมืองอันเนื่องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในลักษณะทุจริต คอร์รัปชั่น ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ขาดคุณธรรม จริยธรรม เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือนนั้นก็เพื่อขอให้รัฐบาลทั้งคณะลาออกและหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง พร้อมกับตั้งรัฐบาลชั่วคราวที่ปราศจากนักการเมือง เข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในช่วงการปฏิรูปเป็นระยะเวลา 18-24 เดือน เพื่อให้กระบวนการปฏิรูปประเทศเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์

แต่รัฐบาลปฏิเสธแนวทางและข้อเสนอของกปปส. และมวลมหาประชาชนมาโดยตลอด พร้อมทั้งมีความพยายามลดความน่าเชื่อถือ ข่มขู่ คุกคามองค์กรอิสระที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัย การชี้มูลความผิดในคดีทุจริต คอร์รัปชั่นของรัฐบาล รวมถึงมีข้อมูลน่าเชื่อว่า ตลอดระยะเวลาที่กปปส.และมวลมหาประชาชน ได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐบาลรักษาการลาออกและให้หยุดปฏิบัตินั้น มีผู้ที่เห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาลได้เข้ามา ก่อกวน สร้างสถานการณื และใช้ความรุนแรงจนทำให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมกับกปปส. เสียชีวิตไปแล้วกว่า 20 คน บาดเจ็บกว่า 700 คน

กปปส. เห็นว่า ในสภาวะที่บ้านเมืองวุ่นวาย การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไปไม่ได้ รัฐบาลรักษาการที่เหลืออยู่หมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ขัดหลักนิติรัฐ นิติธรรม แม้หลายฝ่ายพยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาในฐานะผู้ทำหน้าที่และใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และในระหว่างที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา อีกตำแหน่งหนึ่งเช่นกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทย จึงขอความกรุณาให้ท่านประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภา ผู้ทำหน้าที่แลัใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติได้เป็นผู้นำออกมาร่วมกับองค์กรอื่นแสวงหาทางออกให้แก่ประเทศ และกำหนดให้มีรัฐบาลชั่วคราวเพื่อการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป

ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง