
รับมือเสรีเงินหยวนเร่งตั้งศูนย์หักบัญชี
จับตาเปิดเสรีเงินหยวน หวั่นกระทบธุรกิจ เร่งดันไทยตั้งศูนย์กลางชำระหยวนในอาเซียน
จับตาเปิดเสรีเงินหยวน หวั่นกระทบธุรกิจ เร่งดันไทยตั้งศูนย์กลางชำระหยวนในอาเซียน
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยในงานเสวนา “วางหมากธุรกิจกับสุดยอดกุนซือ ตอน มังกรปรับทัพ ไทยรับหรือเสีย” ว่า ผู้ประกอบการ ไทยที่ทำธุรกิจการค้าไทยจีน จำเป็นที่จะต้องจับตานโยบายการทางเศรษฐกิจของจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายการเปิดเสรีเงินหยวน เพื่อต้องการให้เงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินระหว่างประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้ค่าเงินหยวนผันผวนและกระทบต่อการค้าไทยจีนที่พึ่งพาเงินหยวนมากขึ้น
“นโยบายทางเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลจีนที่มุ่งเน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทำให้บทบาทของจีนมีความสำคัญมากขึ้น ทั่วโลกจับตาการปรับตัวของจีนมากขึ้น” นายปรีดี กล่าว
สำหรับเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวที่ 7.4% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ชะลอตัวลงจาก การขยายตัว7.7% ในไตรมาสก่อน
ขณะเดียวกัน จีนได้ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าแบบทวิภาคีไทยจีน ที่ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2558 และร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธนาคารหักบัญชีเงินหยวน (RMB Clearing Bank) ในไทย เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการชำระเงินหยวนภายในภูมิภาค
นายดำรง ใคร่ครวญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กล่าวว่า การจัดตั้งธนาคารหักบัญชีเงินหยวนในไทยเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังพิจารณาว่าจะกำหนดความร่วมมือกันอย่างไร “หากจัดตั้งได้ จะส่งผลดีต่อการทำธุรกรรมของ นักธุรกิจไทย จากปัจจุบันทำธุรกรรมด้วยเงินสกุลอื่น ทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น” นายดำรง กล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตระดับ 7.58% ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 45 ปี จึงเป็นโอกาสของการค้าระหว่างไทยจีน เพราะจีนมีการลงทุนระบบสาธารณูปโภคจำนวนมาก







