
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งเหว
ต่ำสุดรอบ150เดือนห่วงการเมืองไร้ข้อยุติประชาชนหมดหวังเศรษฐกิจยากฟื้นตัว
ต่ำสุดรอบ150เดือนห่วงการเมืองไร้ข้อยุติประชาชนหมดหวังเศรษฐกิจยากฟื้นตัว
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคหัวทิ่มต่ำสุดในรอบ 150 เดือน กังวลการเมืองไร้ข้อยุติ ค่าครองชีพพุ่ง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือน เม.ย จากการสำรวจ 2,253 กลุ่มตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภคปรับตัวลดลงในทุกรายการอยู่ที่ระดับ 67.8 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ150 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2544
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 72.3 ลดจากระดับ 73.4 ในเดือนก่อนหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 57.7 ลดจาก 58.7 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 61.9 ลดจากระดับ 62.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 83.8 ลดจากระดับ 84.9
ปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงมาจากความกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง และความไม่แน่นอนทางการเมืองว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้หรือไม่ และจะเกิดความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่
นอกจากนี้ ยังเกิดจากความล่าช้าในการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว การส่งออกเดือน มี.ค.ที่ยังลดลง 3.1% ราคาน้ำมันยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับที่สูง และเศรษฐกิจชะลอตัว
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงจะเป็นตัวที่กดเศรษฐกิจไทยไม่ขยายตัว เนื่องจากการใช้จ่ายยังชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยในอนาคต และเชื่อว่ายังต้องมีรัฐบาลต่อไปก่อนไปสู่การเลือกตั้ง จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น กำลังซื้อ เพราะประชาชน ภาคธุรกิจยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าการบริโภคของประชาชนยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายไตรมาส 2 เป็นอย่างน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจเตรียมจะทบทวนตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่ หลังคาดการณ์ไตรมาสแรกเศรษฐกิจติดลบ 1% โดยอาจปรับลดลงจากเป้าหมายเดิม 2.5% เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องจับตาบรรยากาศการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ ในช่วงเดือน พ.ค. โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 12% แต่ถ้ายังไม่มีรัฐบาล เศรษฐกิจไทยทั้งปีมีโอกาสขยายตัว 02%
นายธนวรรธน์ ยังกล่าวถึงผลสำรวจการประเมินผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม จากจำนวน 1,254 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดเทอมครั้งนี้เทียบกับปีที่ผ่านมา มีค่าใช้จ่ายมากและมากขึ้น 51% เนื่องจากราคาสินค้าแพง รายได้ที่ได้รับลดลง ในขณะ ที่ถามว่ามีเงินพอกับการใช้จ่ายหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถาม 59.2% บอกไม่เพียงพอ โดยแก้ปัญหาด้วยการไปกู้เงินนอกระบบสัดส่วน 29% รองลงมา 23.5% ใช้วิธีการนำทรัพย์สินไปจำนำซึ่งปีนี้ แตกต่างจากปีก่อนที่ผู้ปกครองหันมากู้เงินนอกระบบมากขึ้นแทนที่จะใช้วิธีจำนำทรัพย์สิน
นอกจากนี้ ยังได้สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายวันวิสาขบูชา พบว่า ปีนี้จะมี ความคึกคักน้อยกว่าปีที่ผ่านมา 43.3% เนื่องจากปัจจัยราคาสินค้าแพงขึ้นและเศรษฐกิจแย่ลง โดยเฉลี่ยจะมีเงินสะพัด 4,990 ล้านบาท ขยายตัวเพียง 3.5% โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นการทำบุญ







