posttoday
เพื่อไทยขู่ฟ้องกลับ-ถอดถอนตุลาการศาลรธน.

เพื่อไทยขู่ฟ้องกลับ-ถอดถอนตุลาการศาลรธน.

08 พฤษภาคม 2557

พท.โวยศาลรธน.เหมาเข่งตัดหัวรัฐมนตรี อ้างไม่มีโอกาสต่อสู้ทางคดี ขู่ฟ้องกลับ-ล่ารายชื่อยื่นถอดถอน

พท.โวยศาลรธน.เหมาเข่งตัดหัวรัฐมนตรี อ้างไม่มีโอกาสต่อสู้ทางคดี ขู่ฟ้องกลับ-ล่ารายชื่อยื่นถอดถอน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมคณะกรรมการกิจการพรรคฯ ร่วมกันออกแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมเมื่อ 6 ก.ย.54 ที่มีมติเห็นชอบใน การโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. ต้องสิ้นสุดลง

พรรคเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายประการ อาทิ การกล่าวหารัฐมนตรีที่จะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว รัฐธรรมนูญมาตรา182 วรรคหนึ่ง(7) นั้น ต้องมีการยื่นคำร้องกล่าวหารัฐมนตรีคนนั้นเป็นคนๆไป หรือถ้าเห็นว่าร่วมกันทำผิดก็ต้องกล่าวหาร่วมกันมาในคำร้อง เมื่อในคดีนี้ในคำร้องไม่มีการกล่าวหารัฐมนตรีคนอื่นๆว่าร่วมกระทำการอัน ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว จึงถือว่ารัฐมนตรีเหล่านั้นเป็นบุคคลนอกคดี และไม่มีโอกาสต่อสู้คดีในศาล ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้รัฐมนตรีเหล่านั้นสิ้นสุดความเป็น รัฐมนตรีไม่ได้

นอกจากนี้รัฐมนตรีที่ได้ร่วมลงมติบางคนได้ถูกปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง ความเป็นรัฐมนตรีของบุคคลเหล่านั้นในตำแหน่ง ที่เกิดขึ้นภายหลังย่อมจะไม่พ้นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะตำแหน่งเดิมได้หมดสิ้นไปแล้ว  มีการโปรดเกล้าฯ ใหม่ ถวายสัตย์ใหม่ จึงเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีต่างคณะ การทำหน้าที่ก็ต่างกรรมต่างวาระ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายกรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้ง ข้าราชการนั้น เป็นการใช้และตีความกฎหมายคลาดเคลื่อน จะทำให้เกิดปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อไปเมื่อมีการโอนย้ายข้าราชการ หากผู้ถูกย้ายไม่พอใจก็จะอาศัยช่องทางยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองในที่สุด คดีนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและเป็นการดำเนินคดีและ ดำเนินกระบวนการพิจารณาซ้ำกับศาลปกครอง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่ามีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ มีข้อน่าสงสัยว่าเหตุใดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ผู้ยื่นคำร้องจึงได้กล่าวในหลายเวทีถึงความมั่นอกมั่นใจในผลของคำวินิจฉัย ที่จะเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจรับข้อเสนอของตนเองก่อนที่ศาลรัฐ ธรรมนูญจะวินิจฉัย คนพวกนี้แสดงออกเสมือนรู้ผลการวินิจฉัยล่วงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า กระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อมุ่งหวังแย่งชิงอำนาจทางการเมืองโดยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน ขั้นตอนแรกใช้กลไกในสภา เมื่อไม่ได้ผลขั้นตอนต่อมาจึงใช้มวลชนกดดันนอกสภาชุมนุมขับไล่ใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นานา แต่ก็ยังไม่บรรลุผลจึงอาศัยองค์กรในกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระบางองค์กรเป็นเครื่องมือ หากยังไม่ได้ผลก็จะมีการเคลื่อนไหวสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้ทหารทำรัฐประหาร หรือร่วมกับทหารบางกลุ่มทำการรัฐประหาร โดยอาศัยประชาชนเป็นผู้ออกหน้ายึดหน่วยงานราชการต่างๆ ให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารและสั่งราชการได้ โดยมีทหารบางกลุ่มหนุนหลังเพื่อสุดท้ายจะอ้างได้ว่าเป็นการปฏิวัติประชาชน

หลังจากนั้นก็จะมีการเสนอตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีตามที่เตรียมการไว้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะทำให้เกิดหายนะต่อบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง  เพราะจะมีประชาชนที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยออกมาต่อต้านอย่างรุนแรง จนทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“พรรค เพื่อไทยขอเรียกร้องให้บุคคลและกลุ่มบุคคลทั้งที่แสดงออกโดยเปิดเผยและที่ แอบอยู่เบื้องหลังเพื่อหวังได้อำนาจการปกครองประเทศโดยวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญ ได้สำนึกและเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการลงทุนรวมถึงความเชื่อมั่นของประเทศในสายตา ต่างชาติ ได้ยุติการกระทำ และร่วมกันเดินหน้าจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จตามที่กำหนดไว้ เพื่อจะได้รัฐบาลที่มาจากความยินยอมของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลของคนใด หรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ”

นายพร้อมพงศ์กล่าวด้วยว่า หลังจากมีคำวินิจฉัยส่วนตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมา ฝ่ายกฎหมายจะศึกษาอย่างละเอียด อาจจะมีการฟ้องร้องในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีทั้ง 9 คน สิ้นสุดลง เพราะถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ได้อยู่ในคำร้องไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องชี้แจง การวินิจฉัยเช่นนี้น่าจะเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายพร้อมพงศ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า หลังจากมีคำวินิจฉัยส่วนตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมา ฝ่ายกฎหมายจะศึกษาอย่างละเอียด อาจจะมีการฟ้องร้องในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีทั้ง9คน สิ้นสุดลง หรือล่ารายชื่อประชาชนเพื่อดำเนินการถอดถอน เพราะถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ได้อยู่ในคำร้องไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องชี้แจง การวินิจฉัยเช่นนี้น่าจะเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท