
กกต.เชิญ"นิวัฒน์ธำรง"ถกจัดเลือกตั้ง 14 พ.ค.
มติ กกต. ทำหนังสือเชิญ"นิวัฒน์ธำรง" หารือจัดเลือกตั้ง 14 พ.ค. ชี้หากสรุปร่วมกันไม่ได้ก็อาจต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป
มติ กกต. ทำหนังสือเชิญ"นิวัฒน์ธำรง" หารือจัดเลือกตั้ง 14 พ.ค. ชี้หากสรุปร่วมกันไม่ได้ก็อาจต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการหารือกกต.ว่า กกต.ได้มีมติให้สำนักเลขาธิการ กกต. แจ้งนัดหมายการรือกับฝ่ายรัฐบาล ตามที่ได้ขอนัดมาในวันที่ 9 พ.ค. เพื่อออก ร่างพรฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป โดยแจ้งไปว่า กกต. ติดภารกิจร่วมพระราชพิธีวันพืชมงคล จึงขอนัดหมายเป็นวันที่ 14 พ.ค. เวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. แจ้งวัฒนะแทน
"การนัดหมายครั้งนี้จะยังไม่มีผลกระทบต่อข้อตกลงเบื้องต้นที่จะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งหากการรือได้ข้อยุติก็สามารถทูลเกล้าฯ ร่างพรฎ.เลือกตั้งได้ทันที"นายภุชงค์กล่าว
นายภุชงค์กล่าวว่า ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ทาง กกต. จะขอเชิญผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ รักษาการ รมว.มหาดไทย รักษาการ รมว.ศึกษา รักษาการ รมว.ไอซีที และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.กลาโหมมาร่วมหารือด้วย เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่จะมีส่วนเกี่ยวข้อในการสนับสนุน กกต. เพื่อจัดการเลือกตั้ง
เลขาธิการ กกต. เปิดเผยด้วยว่าเนื่องจาการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้มีความสำคัญที่จะต้องระวังไม่ให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว กกต.จะมีข้อหารือ 3 ประการที่จะพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลในวันที่ 14 พ.ค.ประกอบด้วย
1.ความถูกต้องทางกฎหมายที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จะมีอำนาจที่จะนำ ร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นทูลฯเกล้า เนื่องจากยังมีนักกฎหมายทั้งฝ่ายที่เห็นว่าทำได้และฝ่ายที่เห็นว่าไม่มีอำนาจ
2.ข้อหารือเดิมของ กกต. ที่จะขอเพิ่มบทบัญญัติในมาตรา 4 ของ ร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพื่อสร้างหลักประกันในการทำให้การเลือกตั้งสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จลุล่วง ให้ กกต. แจ้งนายกฯ เพื่อพิจารณาตรา พ.ร.ฎ.เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้ ซึ่งสำนักงานกฤษฎีกายังมีความเห็นแย้งอยู่
3.ขอหารือกรณีหนังสือเรียกคืนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่เสียไป 3.8 พันล้านบาทจากคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือว่าควรมีความรอบคอบในการดำเนินการเลือกตั้งครั้งใหม่ เนื่องจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเตือนอีกครั้งว่าการเลือกตั้งรอบใหม่ต้องมีความละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น หากมีความเสียหายขึ้นอีกทั้ง ครม. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย
“หากการหารือยังหาข้อยุติไม่ได้ในวันที่ 14 พ.ค. เช่นรัฐบาลอาจเห็นว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ มีอำนาจทูลเกล้าฯ ได้ แต่ กกต. เห็นต่าง ก็อาจต้องพูดคุยหาข้อกฎหมายมาเจรจาหาข้อยุติกัน ซึ่งหากยังไม่สามารถหาข้อยุติโดยเร็ว ก็อาจต้องขยับเลื่อนวันเลือกตั้งที่ระบุใน ร่างพ.ร.ฎ. ไปครั้งละ 7 วัน เนื่องจากโดยกระบวนการจะต้องเผื่อเวลาหลังทูลเกล้าฯ เพื่อทรงใช้พระราชวินิจฉัยเป็นเวลาที่พอสมควร”เลขาธิการ กกต. กล่าว







