
ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม
หลังจากประชาชนสะสมชัยชนะในการ “ศึก” มาหลายสนามรบแล้ว ประชาชนเพิ่งได้รับชัยชนะในสนามรบของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนของ ป.ป.ช.คงตามมาในไม่ช้านี้ ชัยชนะใน “สงคราม” ใกล้จะมาถึงแล้ว เกมนี้มีแต่ชนะลูกเดียว ไม่ต้องพูดคำว่าแพ้ เพราะ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.ไม่มีทางที่จะนำมวลมหาประชาชนไปสู่ความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ ในเมื่อมวลมหาประชาชนทุกสาขาอาชีพตั้งแต่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ครูบาอาจารย์ แพทย์พยาบาล ที่เรียกกันว่าพวก “อีลีท” ทั้งหลาย คนชั้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูง ได้มอบความไว้วางใจให้กับคุณสุเทพ ในการถือธงนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยจากความเลวร้ายที่เป็นอยู่ปัจจุบันที่รวมเรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ให้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสมบูรณ์ ขจัดความเลวร้ายที่ระบอบนี้ทำต่อประเทศชาติเสียหายยับเยินและประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า นี่เป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อชาติและประชาชน
หลังจากประชาชนสะสมชัยชนะในการ “ศึก” มาหลายสนามรบแล้ว ประชาชนเพิ่งได้รับชัยชนะในสนามรบของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนของ ป.ป.ช.คงตามมาในไม่ช้านี้ ชัยชนะใน “สงคราม” ใกล้จะมาถึงแล้ว เกมนี้มีแต่ชนะลูกเดียว ไม่ต้องพูดคำว่าแพ้ เพราะ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.ไม่มีทางที่จะนำมวลมหาประชาชนไปสู่ความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ ในเมื่อมวลมหาประชาชนทุกสาขาอาชีพตั้งแต่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ครูบาอาจารย์ แพทย์พยาบาล ที่เรียกกันว่าพวก “อีลีท” ทั้งหลาย คนชั้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูง ได้มอบความไว้วางใจให้กับคุณสุเทพ ในการถือธงนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยจากความเลวร้ายที่เป็นอยู่ปัจจุบันที่รวมเรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ให้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสมบูรณ์ ขจัดความเลวร้ายที่ระบอบนี้ทำต่อประเทศชาติเสียหายยับเยินและประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า นี่เป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อชาติและประชาชน
อย่างไรก็ดี เริ่มมีคำถามว่า เมื่อไรจะจบ นี่ 6 เดือนแล้วนะ ถ้าไม่จบก็ขอหยุด ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริง หรือเห็นพูดคำว่าครั้งสุดท้ายหลายทีแล้ว สุเทพมีอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่า ฯลฯ คุณสุเทพเจอแรงกดดันมากพอควร อย่างไรก็ดี เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า คุณสุเทพจะไม่มีวันทรยศต่อ “ความศรัทธา” และ “ความไว้วางใจ” ที่ประชาชนได้มอบให้กับเขา เพราะเห็นลักษณะ “ความเป็นผู้นำ” ของเขาที่ว่า นี่คือแม่ทัพพร้อมขุนพลข้างกายหลายสิบคนจะนำชัยชนะมาสู่ประชาชนได้ จากการเล่นการเมืองมากว่า 30 ปี ซึ่งมีทั้งเสียงชื่นชมและก่นด่า แต่เพียงสามสี่เดือนเท่านั้น เขาสามารถนั่งอยู่ในใจของประชาชนทั่วประเทศได้ คนที่เคยเกลียดคุณสุเทพจำนวนไม่น้อยสารภาพว่า เวลานี้หายเกลียดแล้ว และยอมรับว่า ไม่มีใครเหมาะเท่ากับคุณสุเทพในการนำประชาชนต่อสู้กับระบอบเลวร้ายนี้ หลายคนแม้ยังไม่ค่อยชอบคุณสุเทพ แต่ก็แยกออกระหว่างเรื่องเก่าและสิ่งที่เขาและพวกกำลังกอบกู้ชาติในปัจจุบัน เราเชื่อว่าตราบใดที่คุณสุเทพยังมีลมหายใจ เขาจะนำประชาชนไปสู่ชัยชนะอย่างแน่นอน ไม่มีคำว่า “แพ้” อยู่ในหัวของคนคนนี้ ยกเว้นความตายเท่านั้นที่จะหยุดยั้งเขาได้
ดังนั้น เลิกพูดและเลิกถามคำว่า “แพ้” ได้ มีแต่ว่าจะชนะเมื่อไรและชนะอย่างไรเท่านั้น เพราะมวลมหาประชาชนยืนอยู่ข้าง “ความดี” “ความถูกต้อง” ยืนอยู่ฝ่าย “ประชาธิปไตย” ชัยชนะดังกล่าวอยู่แค่เอื้อม เหลือเพียงแต่เอื้อมมือไปคว้ามา ข้อสำคัญ เมื่อจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็ต้อง “อย่าใจอ่อน” ผู้นำและแกนนำต้องมีความ “เหี้ยม” พอที่จะขจัดความเลวร้ายในบ้านเมือง และมีการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะปฏิรูปประเทศไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ต้องเดินไปสุดซอย
เกมนี้ไม่มีการประนีประนอม มีแต่ชนะหรือแพ้เท่านั้น พระกับโจรไม่สามารถประนีประนอมกันได้ฉันใด ความดีกับความชั่วก็ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ฉันนั้น ไม่มีจุดกึ่งกลางที่ความดีและความชั่วจะพบกัน เผด็จการกับประชาธิปไตยประนีประนอมกันไม่ได้ นอกจากแตกหักกันไปข้าง เกมนี้ไม่ใช่เรื่องของโลกสวย แต่แบ่งฝ่ายชัดเจนระหว่างความดีความชั่ว ความถูกความผิด ประชาธิปไตยกับเผด็จการ เราต้องมุ่งปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และคณะผู้ทำการปฏิรูปในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ต้องไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อตัดผลประโยชน์ของนักการเมืองออกไป แต่มุ่งที่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นการเฉพาะ
นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ “จัดระเบียบใหม่” ของสังคมไทย โดยเฉพาะระบบการเมืองของประเทศ เพราะต้นตอความไม่ดีและความวุ่นวายในประเทศเกิดจากนักการเมือง (เลวๆ) ทั้งนั้น เราต้องจัดระเบียบวางกฎกติกามารยาททางการเมืองกันใหม่ หันมาเน้นการหา “คนดีและกล้า” (เวลานี้คนเก่งมีเยอะและเก่งพอๆ กัน แต่คนดีจริงชักหายาก) เข้าสู่อำนาจเพื่อบริหารบ้านเมืองแทนประชาชน คนที่เสนอตัวเป็นตัวแทนประชาชนต้องถูกตรวจสอบ โดยประชาชนอย่างจริงจัง ไม่มีการลูบหน้าปะจมูก สำคัญกว่านั้นคือ เราต้องปฏิรูป “วิธีคิด” (Mentality) ของนักการเมือง ประชาชน และคนในสังคมเสียใหม่ เพราะนักการเมืองเป็นอย่างไร ประชาชนก็เป็นอย่างนั้น หานักการเมืองพันธุ์ใหม่ที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ตนเอง
นักการเมืองเลวทำบ้านเมืองเสียหายมามากพอแล้ว พวกที่มีประวัติทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นควรให้เว้นวรรคทางการเมือง 4 ปี คนที่จะเข้าสู่อำนาจต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยองค์กรภาคประชาชนและสื่ออย่างเข้มงวด ต้องมีการปฏิรูปสื่ออย่างจริงจังและอย่าเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ทั้งทีวีเสรีบางช่อง ทีวีดาวเทียมบางช่อง วิทยุชุมชนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก
การปฏิรูปเป็นเกมของผู้ชนะที่เป็นคนดี มีคุณธรรม มุ่งประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ เวลานี้มวลมหาประชาชนร่วมกับคุณสุเทพและแกนนำ กปปส. กำลังร่วมกันเขียน “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย” ปฏิรูปการเมือง สังคมและการศึกษากันใหม่ โดยเน้นเรื่องการสร้างคนให้เป็นคนดี เพราะคนดีไม่เคยทำร้ายประเทศ แต่คนเก่งที่ไม่ได้เป็นคนดีทำบ้านเมืองเสียหายยับเยินดังมีตัวอย่างมาแล้ว
ประชาชนไม่ว่ามีทัศนคติทางการเมืองเป็นอย่างไร ต้องไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงที่รัฐมนตรีบางคนพยายามกระตุ้นให้เกิดขึ้น และข่มขู่ให้เข้าใจว่า “ชายชุดดำ” ปี 2553 จะออกมาอีก รัฐมนตรีอย่ายุให้คนไทยตีกันเองเพียงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาลเท่านั้น หากท่านทำอย่างนี้ก็จะรู้ว่า “นรกมีจริง” แต่เป็นนรกของรัฐบาล หากอยากรู้ว่านรกเป็นอย่างไร ก็รีบไปปลุกระดมมวลชนออกมา ข้อสำคัญ รัฐมนตรีและแกนนำมวลชนอย่าหนีออกนอกประเทศแล้วปล่อยให้มวลชนของตนบาดเจ็บล้มตายอย่างโดดเดี่ยวก็แล้วกัน







