
โลกมองการเมืองไทย คดีโยกย้ายถวิล
บ่ายวานนี้ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้รักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ต้องพ้นสภาพและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้อีกต่อไป
บ่ายวานนี้ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้รักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ต้องพ้นสภาพและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้อีกต่อไป
นอกจากจะเป็นข่าวกระแสหลักในเมืองไทยแล้ว สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็นำเสนอข่าวในประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน
เริ่มจากสำนักข่าวเอพี ที่รายงานผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีการโยกย้าย ถวิล ซึ่งตัดสินให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยพ้นจากตำแหน่งพร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเอื้อประโยชน์ทางการเมืองต่อบุคคลในครอบครัวและพวกพ้องของรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดแย้งกับหลักคุณธรรม
อย่างไรก็ดี เอพียังรายงานเพิ่มเติมว่า ยังไม่มีความชัดเจนในการสรรหานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนใหม่แทนผู้ที่พ้นสภาพ ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลออกมาประกาศชัยชนะหลังฟังคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางเอพีวิเคราะห์ว่า ยังไม่น่าจะแก้ไขปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ได้ และอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงมากขึ้น
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ก็มีความเห็นในกรณีดังกล่าวในทิศทางเดียวกับสำนักข่าวเอพี ทั้งนี้ยังมีความคิดเห็นเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว ว่า สิ่งนี้อาจจะนำไปสู่การประท้วงและความวุ่นวายมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลน่าจะออกมาโจมตีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็น “ตุลาการปฏิวัติ” นอกจากนี้ผู้สังเกตการณ์ยังกล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ประท้วงทุกฝ่ายตอบสนองต่อคำตัดสินที่ต่างกัน และความตึงเครียดทางการเมืองดูมีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่การเลือกตั้งครั้งใหม่จะดำเนินต่อไปอย่างไร จากวันนี้กระทั่งถึงวันเลือกตั้ง 20 ก.ค.นี้ ก็ยังไม่อาจทราบได้
ส่วนสำนักข่าวบีบีซีจากอังกฤษ นอกจากจะรายงานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวแล้ว ยังรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า คณะรัฐมนตรีที่ไม่ถูกตัดสินให้พ้นสภาพตามนายกรัฐมนตรี เห็นพ้องกันที่จะแต่งตั้ง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีพาณิชย์ มาดำรงตำแหน่งรักษาการปฏิบัติหน้าที่แทน ยิ่งลักษณ์ ที่พ้นสภาพไป
และเช่นเดียวกับสำนักข่าวอื่นๆ ทางบีบีซีก็มีความคิดเห็นว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันต่อไป เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อว่า ศาลมีอคติกับพรรครัฐบาล นับตั้งแต่การตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นโมฆะ
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี ที่นอกจากจะรายงานข่าวเรื่องคดีการโยกย้ายแล้ว ยังแสดงความคิดเห็นว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ สามารถพารัฐบาลฝ่ามรสุมหลายลูกมาได้ด้วยดี ทั้งปัญหาน้ำท่วมและการชุมนุมขับไล่ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 6 เดือน แต่การดำเนินนโยบายบางอย่าง เช่น โครงการจำนำข้าว กลับเป็นสายล่อฟ้าที่นำไปสู่หายนะทางการเมืองของตนเอง จนอาจนำไปสู่การถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีได้







