
ไฟใต้กระทบสุขภาพจิตใจสตรี
เว็บไซต์ข่าวเพื่อสตรี วูเมน นิวส์ เน็ตเวิร์ก เรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่าทศวรรษ โดยเฉพาะการให้บริการเยียวยาทางด้านจิตใจ
เว็บไซต์ข่าวเพื่อสตรี วูเมน นิวส์ เน็ตเวิร์ก เรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่าทศวรรษ โดยเฉพาะการให้บริการเยียวยาทางด้านจิตใจ
ทั้งนี้ อังคณา นีละไพจิตร ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ อีกทั้งยังเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ผู้หญิงที่รับผลกระทบจากการสูญเสียผู้นำครอบครัวจากเหตุรุนแรงทางภาคใต้มีประมาณ 3,000 คน แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความสำคัญ ขาดการเยียวยาทางจิตใจ และไม่ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุน เช่น การหางานให้ทำ ทำให้ผู้หญิงในกลุ่มนี้ต้องเผชิญปัญหาต่างๆ เพียงลำพัง โดยไม่อาจปริปากบอกใครได้
แม้ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เข้ามาดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ แต่ก็ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในพื้นที่นี้อย่างน้อย 5,926 คน
เดิมทีผู้หญิงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ ทว่าปัจจุบันพบว่ามีผู้หญิงเสียชีวิตจากเหตุลอบยิงและระเบิดมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมากขึ้น ทั้งจากการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการดูแลสมาชิกในครอบครัวหลังสามีเสียชีวิต ขณะที่สังคมก็เสนอทางเลือกในงานให้ผู้หญิงในกลุ่มนี้น้อยมาก
อย่างไรก็ดี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ทางรัฐบาลมักหยิบยื่นความช่วยเหลือในรูปการเงินเป็นส่วนใหญ่ หลังผู้นำครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้น อาทิ การได้รับเงินช่วยเหลือ การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลฟรี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการศึกษาแก่เด็กๆ และในบางกรณีทางรัฐอาจจะเสนองานให้แก่สมาชิกในครอบครัวที่ได้รับความบอบช้ำจากเหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
แม้หน่วยงานของรัฐบาลจะพยายามเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ทว่าจากงานวิจัยหลายชิ้นจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ภาครัฐยังเสนอบริการทางสังคมอื่นๆ ไม่เพียงพอ เพราะนอกจากเงินที่ให้แล้ว หน่วยงานต่างๆ แทบจะไม่มีแผนงานรองรับในการให้ความช่วยเหลือในระยะยาวเลย
อย่างไรก็ตาม การตั้งกลุ่มเพื่อนครอบครัวผู้สูญเสียในพื้นที่แห่งนี้ ก็ได้เข้าไปเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในรูปแบบอาสาสมัคร ทั้งการช่วยเหลือด้านการเงิน ฝึกอาชีพ และที่ปรึกษาด้านจิตใจ แต่ก็เป็นเพียงการแบ่งปันและปลอบโยนเท่านั้น เพราะอาสาสมัครเหล่านี้ไม่สามารถให้การช่วยเหลือพิเศษเฉพาะด้านทางจิตใจเช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญได้







