posttoday
เจรจาชะงัก-เปลี่ยนแม่ทัพใหม่ 2 ปมคาใจ ถล่ม "หาดใหญ่"

เจรจาชะงัก-เปลี่ยนแม่ทัพใหม่ 2 ปมคาใจ ถล่ม "หาดใหญ่"

07 พฤษภาคม 2557

ระเบิดกลางเมืองหาดใหญ่ 2 จุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 พ.ค. จุดแรก คนร้ายใช้ระเบิดซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ระเบิดกลางเมืองหาดใหญ่ 2 จุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 พ.ค. จุดแรก คนร้ายใช้ระเบิดซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ตรงข้ามวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลภาคใต้ ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ต่อมาอีก 10 นาที ก็เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งบริเวณลานจอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลาง สภ.หาดใหญ่ ห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กิโลเมตร มีผู้บาดเจ็บ 3 คน รถยนต์ของกลางเสียหายกว่า 30 คัน จุดนี้ระเบิดรุนแรง คนร้ายซุกระเบิดน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 30 กิโลกรัม ไว้ในรถยนต์ของกลาง

พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า รถยนต์ที่คนร้ายใช้คาร์บอมบ์และเกิดระเบิดบริเวณหน้าแฟลตตำรวจ เป็นรถยนต์ทะเบียนขาดและคนขับไม่มีใบขับขี่ ซึ่งงานจราจร สภ.หาดใหญ่ ตั้งด่านสกัดและยึดไว้แล้วจึงนำมาจอดที่โรงพักก่อนเกิดระเบิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดว่า คนร้ายไม่ได้เลือกก่อเหตุเฉพาะกลุ่มบุคคล ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนจะหันมาอยู่ข้างเจ้าหน้าที่รัฐ

ประเด็นที่น่าพิจารณา คือ แม้จะเกิดเหตุในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง แต่เป้าหมายกลับไม่ใช่ย่านธุรกิจสำคัญดังที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และคณะผู้แทนไทยในการพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น ตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่เกิดเหตุคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา ช่วงวันที่ 67 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็มีการเฝ้าระวังทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด อาจทำให้ไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจได้

“น่าสังเกตว่า หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ยะลา แต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาหาดใหญ่กลับไม่ลดลง แต่เพิ่มมากขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าหาดใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิม ซึ่งน่าจะมาจากความเชื่อมั่นในความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้แม้จะเป็นสถานที่ราชการ เป็นสถานีตำรวจ แต่ก็ทำให้เห็นว่า การก่อเหตุในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจของเมืองหาดใหญ่นั้นทำได้ยากขึ้น” ศรีสมภพ กล่าว

ในฐานะคณะพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น ศรีสมภพ ตั้งข้อสังเกตว่า การก่อเหตุด้วยวิธีการลอบวางระเบิดในพื้นที่เขตเมืองในระยะหลัง อาจมาจากความชะงักงันของการพูดคุยสันติภาพจากปัญหาการเมืองไทย

“ในการพูดคุยกับบีอาร์เอ็น 3 ครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ขอร้องให้ยุติการก่อเหตุกับเป้าหมายที่อ่อนแอ รวมทั้งการก่อเหตุในเขตเมืองที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเขาก็ตกลง จะเห็นได้ว่า ในรอบปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป รวมทั้งการวางระเบิดในเขตเมืองแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพิ่งจะมีการยิงประชาชนทั่วไปแบบเหตุรายวัน และการทำคาร์บอมบ์ที่ยะลาและหาดใหญ่ในช่วงหลังๆ นี้เท่านั้น อาจเป็นไปได้ว่า ฝ่ายขบวนการก่อความไม่สงบต้องการแสดงออกบางอย่าง เพื่อให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเดินหน้าต่อไป”

ด้านแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงกลับมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการแสดงปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้รับผิดชอบสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ พล.ท.วลิต แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ รวมทั้งการที่ ถวิล เปลี่ยนศรี กลับมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพ

“เชื่อว่ากลุ่มก่อเหตุครั้งนี้ คือ กลุ่มพลาตง 1 ซึ่งเราเกาะติดความเคลื่อนไหวมาตลอด เป็นกลุ่มที่ชำนาญพื้นที่ใน จ.สงขลา และฝ่ายบีอาร์เอ็นยอมรับว่า ชื่นชมบทบาทการเป็นหัวหน้าคณะของ พล.ท.ภราดร มากกว่า ขณะที่ถวิลเองไม่ได้แสดงท่าทีในเรื่องการพูดคุยสันติภาพอย่างเด่นชัด” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านถวิลก็ยอมรับ ไม่อาจปฏิเสธได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช. รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 4

“ผมปฏิเสธได้ไม่เต็มคำ แต่เราต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาทุกฝ่ายได้พยายามสกัดกั้น จำกัดการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เหตุการณ์วันสำคัญต่างๆ ก็ไม่เคยเกิดเหตุขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าฝ่ายตรงข้ามพยายามหาช่องโหว่”

ทั้งนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่เศรษฐกิจใน จ.สงขลา 3 ครั้ง วันที่ 31 มี.ค. 2555 คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ในลานจอดรถโรงแรมลีการ์เด้น หาดใหญ่ ต่อมา วันที่ 22 ธ.ค. 2556 ลอบวางระเบิด 3 จุด ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ด่านชายแดนไทยมาเลเซีย และล่าสุดคือเหตุการณ์ครั้งนี้

กฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา ได้วางมาตรการไว้ 3 มาตรการ คือ รอบนอก รอบกลาง และวงใน ให้ตำรวจและทหารเข้มงวดทางเข้าเมืองหาดใหญ่ และเพิ่มการ ปิดล้อมตรวจค้นให้มากขึ้น ย่านธุรกิจการค้าจะมีตำรวจและทหารประจำทุกจุด ทั้งที่จอดรถ ทางเข้าออกห้างต่างๆ และเพิ่มการปิดล้อมตรวจค้นให้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท