
คนเหนือผวาซ้ำอาฟเตอร์ช็อกร้อยครั้ง
หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ เขย่าภาคเหนือ ศูนย์กลางที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ในช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค. สร้างความรุนแรงครั้งใหญ่ ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 35.9 ริกเตอร์ ตามมานับร้อยครั้งในพื้นที่ของภาคเหนือ
หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ เขย่าภาคเหนือ ศูนย์กลางที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ในช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค. สร้างความรุนแรงครั้งใหญ่ ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 35.9 ริกเตอร์ ตามมานับร้อยครั้งในพื้นที่ของภาคเหนือ
ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา วัดระดับความแรงของแผ่นดินไหว ที่ จ.เชียงราย ได้ 6.3 ริกเตอร์ ซึ่งถือว่าแรงที่สูงสุดในรอบ 100 ปีของประเทศไทย อย่างไรก็ตามยังต้องเฝ้าระวังการเกิดอาฟเตอร์ช็อกแบบนี้ไปอีก 3 วัน แต่ไม่เกิน 5 วัน โดยช่วงเวลาที่คาดว่าจะปลอดภัย คือ 18.00 น. เป็นต้นไป ของวันที่ 8 พ.ค.
พงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย เตรียมประกาศให้ 7 อำเภอ คือ อ.พาน แม่ลาว แม่สรวย เวียงชัย ป่าแดด พญาเม็งราย และ อ.เมือง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อจะได้นำเงินมาเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่เสียหาย
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ประกอบกับระยะนี้ภาคเหนือมีพายุฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้ดินอ่อนตัว หากเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหินหน้าผาและดินถล่ม ปภ. จึงได้ประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เฝ้าระวังการเกิดหินหน้าผาและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ภัย เตรียมระมัดระวังอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นในระยะนี้
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นพบมากที่สุดใน 3 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นวัดและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ส่วน จ.เชียงใหม่ มีโรงพยาบาลนครพิงค์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ต ที่เกิดความเสียหาย โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้หญิงอายุ 83 ปี ถูกกำแพงบ้านล้มทับ ผู้บาดเจ็บ 23 คน
เอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า มีโบราณสถานเสียหาย 11 แห่ง วัดเก่าแก่และศาสนสถาน 2 แห่ง ได้แก่ จ.เชียงใหม่ มีวัดกิตติ มีปลายยอดฉัตรพระธาตุที่มีลูกแก้วตกลงมาได้รับความเสียหาย วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ฉัตรองค์เจดีย์รายเอียง วัดสวนดอก ยอดฉัตรองค์เจดีย์เอียงเล็กน้อย ใน จ.เชียงราย ส่วนใหญ่พบโบราณสถานใน อ.เชียงแสน ขณะที่ จ.ลำพูน มีวัดพระยืน ยอดฉัตรของเจดีย์หักลงมา วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร มีแผ่นระบายยอดฉัตรพระธาตุหลุดไป 1 อัน
อย่างไรก็ตาม โบราณสถานหลายแห่งต้องเฝ้าระวังเพราะอาจเกิดการทรุดตัวลงได้และยืนยันว่า ยอดฉัตรพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ไม่ได้หักและเอียงตามที่เป็นข่าว
ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า มีโรงเรียนใน จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมีโรงเรียนที่เสียหายอย่างหนักจำนวน 5 โรงเรียน อยู่ใน อ.พาน แม่ลาว และแม่สรวย จ.เชียงราย ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในพื้นที่อีก 30 โรงได้รับความเสียหายเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีโรงเรียนใน จ.เชียงใหม่ ได้รับความเสียหายเกิดรอยร้าวที่อาคารเรียนจำนวน 8 โรง
เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีโรงพยาบาลเสียหายทั้งหมด 7 แห่ง แยกเป็น เชียงราย 5 แห่ง เชียงใหม่อีก 2 แห่ง
ด้านรัฐบาลได้อนุมัติงบสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉิน 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ที่ จ.เชียงราย







