posttoday
พลิกปูมมติศาลฯเลขที่ออก6ต่อ3

พลิกปูมมติศาลฯเลขที่ออก6ต่อ3

07 พฤษภาคม 2557

7พ.ค.กลายเป็นวันสำคัญทางการเมือง เมื่อศาลรธน.นัดฟังคำวินิจฉัยสถานะนายกรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

วันที่ 7 พ.ค. 2557 กลายเป็นวันสำคัญทางการเมืองไปโดยปริยาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จากกรณีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจาก เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 รายเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลได้นัดอ่านคำวินิจฉัยตั้งแต่เวลา 12.00 น. ซึ่งหลายฝ่ายได้ คาดการณ์ผลการวินิจฉัย โดยยกเหตุผลด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำ ประกอบกับการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามักไม่ค่อยเป็นคุณกับรัฐบาลเท่าไหร่นัก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ ยิ่งลักษณ์ จะหลุดจากตำแหน่ง เหลือเพียงแต่รัฐมนตรีที่เหลือจะโดนหางเลขไปด้วยหรือไม่เท่านั้น

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้มีเพียง 4 คดีใหญ่เท่านั้น ที่รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ 1.การตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 2.การตราพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 2555 3.การตราพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 และ 4.คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่คดีใหญ่อื่นๆ ที่เหลือปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลแพ้รวด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. และมาตรา 190 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ มาจนถึงร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท และการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

ไม่ใช่เพียงแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เท่านั้นที่ต้องม้วนเสื่อ เพราะรัฐบาลของ สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เคยตกเก้าอี้มาแล้ว จากคดีจัดรายการชิมไปบ่นไป ของ สมัคร และคดีการยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อปี 2551 จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะออกอาการกระสับกระส่ายพอสมควร

เมื่อดูการวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยของศาลรัฐธรรมนูญในระยะหลัง จะพบว่ามีตุลาการเสียงข้างมากอยู่ 6 คน ที่พรรคเพื่อไทยต้องเหนื่อยใจ ได้แก่ 1.จรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 2.จรัญ ภักดีธนากุล 3.นุรักษ์ มาประณีต 4.บุญส่ง กุลบุปผา 5.สุพจน์ ไข่มุกด์ และ 6.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลุ่มดังกล่าวที่เป็นเสียงข้างมากวินิจฉัยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไปจนถึงการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต้องสะดุดลง

ตรงกันข้ามกลับมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีเสียงข้างน้อย 3 คน ซึ่งพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลมองว่าไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับตัวเอง คือ 1.ชัช ชลวร 2.อุดมศักดิ์ นิติมนตรี และ 3.เฉลิมพล เอกอุรุ

ด้วยสถิติย้อนหลังที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เริ่มมีการมองว่ารัฐบาลคงรอดยาก แต่หากหมุนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อปี 2551 แม้ว่าขณะนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ สมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน (ยกเว้น ทวีเกียรติ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2556) มีมติเอกฉันท์ให้รัฐมนตรีที่เหลือยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

ดังนั้น หนทางรอดของรัฐบาลยังพอมีอยู่บ้าง แต่จะมากหรือน้อยต้องมาวัดใจศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท