
เงินฝืด
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดูเหมือน “เงินเฟ้อ” ไม่ใช่สิ่งที่กวนใจเขตเศรษฐกิจหลักของโลกทั้งหลายแต่อย่างใดครับ หนำซ้ำในบางเขตเศรษฐกิจหลักยังเสี่ยงที่จะเจอกับปัญหาเงินฝืดเข้าเสียด้วย
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดูเหมือน “เงินเฟ้อ” ไม่ใช่สิ่งที่กวนใจเขตเศรษฐกิจหลักของโลกทั้งหลายแต่อย่างใดครับ หนำซ้ำในบางเขตเศรษฐกิจหลักยังเสี่ยงที่จะเจอกับปัญหาเงินฝืดเข้าเสียด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าภาวะเสี่ยงที่จะเกิดเงินฝืดขึ้นในเขตเศรษฐกิจหลักๆ เหล่านี้นั้น สะท้อนให้เห็นปริมาณของเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบลดน้อยถอยลงไป ประเทศส่งออกอย่างเราๆ ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เมื่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดส่งออกใหญ่ๆ นั้นมีปริมาณลดลง
อย่างเช่นในสหรัฐ ดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภคอเมริกันในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.1% เท่านั้น ถือเป็นไตรมาส 4 ติดต่อกันแล้วครับ ที่อยู่ใกล้เคียงกับระดับแค่ 1% เท่านั้น
นอกจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคแล้ว ดัชนีค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างงานในสหรัฐ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมิเตอร์ที่วัดระดับเงินเฟ้อนั้นก็เพิ่มขึ้นเพียง 1.8% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน และถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่เชื่องช้าที่สุดในรอบ 7 ไตรมาสที่ผ่านมาทีเดียว
ลองหันไปดูที่ยุโรป ดังที่รู้กันดีว่า ในขณะนี้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มยูโรโซนนั้นยังไม่กลับมาเต็มที่ หลังจากที่ยูโรโซนเจอกับปัญหาวิกฤตหนี้ต่อเนื่องมานานหลายปี ซึ่งเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ดัชนีเงินเฟ้อในภูมิภาคนี้ไม่กระเตื้องขึ้นนัก
คาดว่าในปีนี้ ดัชนีเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนจะอยู่ที่เพียง 0.8% เท่านั้น เมื่อเทียบกับ 1.3% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ที่ธนาคารกลางยุโรปตั้งเป้าเอาไว้มาก
ส่วนดัชนีเงินเฟ้อในจีน ซึ่งตั้งเป้าเอาไว้ที่ไม่เกิน 3% ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเงินเฟ้อจีนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.4% จากเดิมในเดือน ก.พ. ที่ 2% แม้ว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายคาดการณ์ไว้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่องช้าของเศรษฐกิจจีนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่กระนั้นรัฐบาลกรุงปักกิ่งก็ดูเหมือนว่าจะพอใจในความเชื่องช้านี้อยู่ และไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรแรงๆ ออกมา
ที่ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นบ้างก็คงเป็นที่ญี่ปุ่นครับ ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นในเดือน เม.ย. พุ่งขึ้นไปที่ 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือเป็นการปรับขึ้นที่เร็ว ที่สุดในรอบ 22 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านั้นในเดือน มี.ค. อยู่ที่ 1%
แต่ก็ไว้ใจญี่ปุ่นไม่ได้นัก เพราะญี่ปุ่นเพิ่งปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปจาก 5% เป็น 8% คาดว่าจะทำให้พลังซื้อของผู้บริโภคลดลงไม่น้อย
ในปีนี้ เศรษฐกิจหลักๆ ของโลกจะออกอาการ “ฝืดๆ” ไปทั่วครับ







