posttoday
ส่งออกสาหัสเพราะการเมือง

ส่งออกสาหัสเพราะการเมือง

06 พฤษภาคม 2557

กระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะการส่งออกของไทยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่าประมาณ 5.62 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 1% โดยเฉพาะการส่งออกของเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 3.12% เพราะตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรลดลง ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปลดลง 8.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูปลดลง 25% น้ำตาลส่งออกลดลง 21%

กระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะการส่งออกของไทยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่าประมาณ 5.62 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 1% โดยเฉพาะการส่งออกของเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 3.12% เพราะตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรลดลง ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปลดลง 8.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูปลดลง 25% น้ำตาลส่งออกลดลง 21%

ในเวลาเดียวกัน ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า หากการเมืองยังยืดเยื้อไม่มีรัฐบาลใหม่จนถึงไตรมาส 4 จะทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากการส่งออก 5.36 แสนล้านบาท

ถ้าจำไม่ผิด ตัวเลขประมาณการของการส่งออกของไทยในปีนี้ตั้งไว้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 แสนล้านบาทต่อเดือน ถ้าส่งออกได้ตามนี้ การส่งออกของไทยจะโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 5% ซึ่งมาถึงวันนี้ใครต่อใครก็ปรับเป้านี้ลง โดยคาดว่าอย่างเก่งก็คงขยายตัวได้ไม่เกิน 2.53%

ถึงยึดตัวเลขตามเป้านี้ ก็หมายความว่าการส่งออกของไทยจะตกเป้าไปประมาณ 1 เดือน ทั้งๆ ที่ไม่มีการตั้งความหวังไว้มากว่าตัวเลขการส่งออกของปีนี้จะขยายตัวขึ้นจากปีที่แล้วค่อนข้างมาก เพราะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของไทยในตลาดโลกฟื้นตัว และการขยายตัวของภาคการส่งออกจะเป็นตัวช่วยตัวสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย เพราะการบริโภคก็มีการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐก็ดี ล้วนแล้วแต่มีปัญหาจอดอยู่กับที่ทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น การที่ตัวเลขการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกติดลบ จึงเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นห่วงหรือสาหัสก็ตามที่หนังสือพิมพ์พาดหัว

แต่ผมนึกไม่ออกว่าการมีหรือไม่มีรัฐบาลใหม่ก่อนไตรมาส 4 ของปีนี้ จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียหรือไม่สูญเสียรายได้จากการส่งออก 5.36 แสนล้านบาทนี้ได้อย่างไร อย่างเช่นตัวเลขการส่งออกของอาหารทะเล หรือกุ้งแช่แข็งหรือแปรรูป หรือน้ำตาลที่ลดลงค่อนข้างมากในเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน และการมีหรือไม่มีรัฐบาลใหม่ก่อนไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะช่วยทำให้ประเทศไทยส่งสินค้าเหล่านี้ไปขายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่าที่พูดอย่างนี้ ไม่ได้กำลังแก้ตัวแทนคุณสุเทพ หรือมวลมหาชนประชาชน หรือใครๆ ที่กำลังประท้วงรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้การส่งออกของไทยลดลง แต่พูดไปตามความเป็นจริงของสถานการณ์ ตัวอย่างเช่นการที่ไทยส่งออกไปขายได้น้อยลง เพราะผลผลิตกุ้งของไทยได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและโรคตายด่วน หลังจากที่เลี้ยงไปแค่ 1 เดือน ทำให้ผลผลิตหายไปประมาณ 45% จากที่เคยผลิตได้ปีละประมาณ 5 แสนกว่าตัน เหลือเพียง 2.53 แสนตัน ในขณะที่ประเทศอื่นเช่นอินเดีย ผลิตได้เพิ่มขึ้นและขายถูกกว่าไทย

การที่ไทยผลิตกุ้งได้น้อยลง เพราะกุ้งตายจากโรคตายด่วน หรือ EMS (EARLY MORTALITY SYNDROME) คงไม่เกี่ยวกับการเมืองของไทย หรือการประท้วงของสุเทพ หรือเพราะไม่มีรัฐบาล กุ้งจึงตายด่วนแน่ แต่เป็นโรคที่เกิดตั้งแต่ปลายปี 2555 แล้ว และหน่วยงานภาครัฐกับเกษตรกรได้ร่วมกันแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ ถึงจะมีรัฐบาลใหม่พรุ่งนี้คงไม่ทำให้โรคนี้หายไปและทำให้ผลผลิตกุ้งไทยเพิ่มขึ้นเท่าเดิม แต่คนในวงการค้ากุ้งเล่าให้ฟังว่า โรคตายด่วนนี้น่าจะคลี่คลายเร็วๆ เร้เรวเรนวๆนี้ และการส่งออกของไทยน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ประมาณไตรมาส 3 ของปี

ส่วนเรื่องของน้ำตาลนั้น ถึงจะมีภัยแล้งทำให้ผลผลิตของไทยลดลงบ้าง แต่ปัญหาไม่ได้เกิดจากไม่มีสินค้าขายเหมือนกรณีกุ้ง แต่เกิดเพราะผลผลิตน้ำตาล เห็นว่าราคาน้ำตาลอยู่ในช่วงขาลงหรือมีแนวโน้มที่จะลดลง เขาก็จะชะลอการนำเข้า ไม่ส่งเรือมารับสินค้าตามปกติ ถึงเวลาส่งเสริมมารับสินค้าที่สั่งซื้อไว้ เพื่อต่อรองราคากับผู้ส่งออก

แต่ถ้าเขาเห็นว่าแนวโน้มราคาน้ำตาลจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เขาก็จะรับสั่งซื้อและส่งเรือมารับมอบสินค้าเร็วขึ้น เพราะเกรงว่าราคาน้ำตาลจะสูงขึ้น ไม่ใช่เพราะไทยมีแต่รัฐบาลรักษาการจึงขอชะลอการสั่งซื้อ หรือไปซื้อจากประเทศอื่นของโลกเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลง จนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 18 เซนต์ต่อปอนด์ จากราคาปกติประมาณ 24-26 เซนต์ หรือที่เคยขึ้นไปสูงสุดถึง 34-35 เซนต์ต่อปอนด์

สาเหตุที่การส่งออกน้ำตาลของไทยเดือน มี.ค. ลดลงค่อนข้างมาก ไม่ได้เกิดจากปัญหาการเมืองเหมือนก่อน แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงพาณิชย์ของสินค้าโภคภัณฑ์ จะมีรัฐบาลหรือไม่มีรัฐบาล ถ้าผู้นำเข้าน้ำตาลในต่างประเทศเห็นว่าราคาน้ำตาลอยู่ในช่วงขาลงหรือมีแนวโน้มที่จะลดลง เขาก็จะชะลอการนำเข้า ไม่ส่งเรือมารับสินค้าที่สั่งซื้อไว้ เพื่อต่อรองราคากับผู้ส่งออก

แต่ถ้าเขาเห็นว่าแนวโน้มราคาน้ำตาลจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เขาก็จะรับสั่งซื้อและส่งเรือมารับมอบสินค้าเร็วขึ้น เพราะเกรงว่าราคาน้ำตาลจะสูงขึ้น ไม่ใช่เพราะไทยมีแต่รัฐบาลรักษาการจึงชะลอการสั่งซื้อหรือไม่ซื้อจากประเทศอื่น

สรุปแล้ว พ่อค้าระดับชาติทั้งหลายไม่ได้ขวัญอ่อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เขาผ่านร้อนผ่านหนาว รู้จักคู่ค้าและประเทศคู่ค้าของเขาดีพอที่จะตัดสินใจได้ว่า เมื่อไรจะทำธุรกิจกับใคร จะทำให้ได้กำไรสูงสุด

สินค้าเกษตรบางตัวของไทย เช่น ยางพารานั้น จริงๆ แล้วที่ราคาตกต่ำลงจนน่าใจหายนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นไปตามราคาในตลาดโลก เพราะซัพพลายมากกว่าดีมานด์ เนื่องจากประเทศผู้บริโภครายใหญ่อย่างจีนชะลอการบริโภคลง ซ้ำยังพยายามผลิตยางของตัวเอง ทำให้ผลผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นทดแทนการนำเข้า

มีปัญหาอย่างนี้ เรื่องของผลประโยชน์ประเทศใครประเทศมัน ต่อให้ไทยมีรัฐบาลใหม่ ไปขอให้จีนเข้ามาช่วยซื้อยางไทยราคาแพงกว่าตลาด รัฐบาลจีนยุคใหม่ที่เน้นการค้าเสรี คงช่วยได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นอย่างเกรงใจจริงๆ ยุคแห่งการทำตัวเป็นใหญ่เข้ามาช่วยน้องเล็กคงไม่มีอีกแล้ว และจริงๆ แล้วถ้ารัฐบาลรักษาการจะไปขอให้เขาช่วยก็คงทำได้ ไม่ต้องขออนุญาต กกต.อยู่แล้ว ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเรื่องข้าว ตัวเลขการค้าข้าวที่เพิ่มขึ้นตอนนี้ เราไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจไปกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว จึงต้องรีบขายข้าวออกมาเพื่อหาเงินใช้หนี้ชาวนา จะเก็บข้าวไว้ในสต๊อกเฉยๆ เหมือนก่อนหน้านี้ไม่ได้ ใครจะทราบครับว่าถ้ามีรัฐบาลใหม่จะหันไปกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวต่อไป แทนที่จะส่งข้าวออกไปขายเหมือนตอนนี้

เนื่องจากไม่ทราบว่า ข้อสมมติฐานว่าประเทศไทยจะสูญเสียรายได้จากการส่งออก 5.36 แสนล้านบาท ถ้าการเมืองยืดเยื้อจนถึงไตรมาส 4 มีอะไรบ้าง จึงไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์มากไปกว่านี้ แต่ผมเชื่อว่าการส่งออกของไทยกำลังมีปัญหาในโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขทั้งระบบมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงนี้ และปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลทำให้เกิดขึ้น อย่างเช่นปัญหาเรื่องข้าว

บางทีถ้าไตรมาสแรกที่ผ่านมาเรามีรัฐบาล อาจส่งออกได้ไม่ถึง 5.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐก็ได้ ใครจะไปรู้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท