
สรรพสามิตขอครม.ปิดโครงการรถคันแรกก.ย.นี้
กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอ ครม. ปิดโครงการรถคันแรกเดือน ก.ย.นี้
กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอ ครม. ปิดโครงการรถคันแรกเดือน ก.ย.นี้
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เตรียมเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ปิดโครงการรถคันแรกในปีงบ 2557 ให้ผู้ใช้สิทธิมารับรถภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากมติ ครม.ก่อนนี้ไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดของการรับรถยนต์ของผู้ใช้สิทธิ ซึ่งการกำหนดให้ชัดเจนดังกล่าวจะทำให้การบริหารงบประมาณมาจ่ายให้ผู้ใช้สิทธิมีประสิทธิภาพ ขอตั้งงบประมาณในปี 2557 เป็นปีสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
“กรมสรรพสามิตหารือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการที่จะปิดโครงการนี้ภายในปีงบ 2558 เมื่อมติ ครม.เป็นแบบปลายเปิด เห็นว่าน่าจะควรเสนอ ครม.ให้มีมติเพื่อปิดโครงการ เพราะจากการหารือกับค่ายรถยนต์เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา กรมหรือผู้ประกอบการคงไม่มีอำนาจที่จะปิดโครงการหรือให้ผู้จองไว้กว่า 1 แสนรายมาสละสิทธิได้ ยกเว้นจะเป็นมติจาก ครม.” นายสมชาย กล่าว
สำหรับการเสนอให้ ครม.ปิดโครงการรถคันแรก จะมีการของบประมาณเพื่อนำมาจ่ายคืนให้กับผู้ได้สิทธิรถคันแรกในปีงบประมาณ 2557 เพิ่มเติม เนื่องจาก ครม.เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2557 อนุมัติงบมาให้เพิ่มอีก 3,100 ล้านบาท จากที่ขอไป 8,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายถึงเดือน ก.ย. 2557 โดย ครม.ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการผูกพันต่อรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่เหลืออยู่ 5,100 ล้านบาท ทำให้เหลือเงินที่จะจ่ายเพียง 8,200 ล้านบาท คาดว่าจะเพียงพอจ่ายได้แค่เดือน ก.ค.นี้เท่านั้น โดยในวันที่ 9 พ.ค. มียอดที่ต้องจ่ายคืนประมาณ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จนถึงวันที่ 9 เม.ย. 2557 มียอดคืนเงินไปแล้ว 9 แสนราย เป็นเงินจำนวน 6.7 หมื่นล้านบาท ยังเหลือยอดคืนภาษีประมาณ 2 แสนกว่าราย เป็นเงินคืนภาษีประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับกรณีที่มีค่ายรถยนต์บางแห่งจ่ายคืนภาษีไม่ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้กับผู้ซื้อและไปบอกกับผู้ซื้อว่าเป็นเพราะกรมเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์นั้น ได้มีการหารือกับค่ายรถยนต์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งค่ายรถยนต์อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอโทษที่ไปอ้างกรม เพราะเรื่องนี้เกิดจากค่ายรถยนต์มีต้นทุนการผลิตที่ลดลงจากการขายรถยนต์ได้มากขึ้น ทำให้ภาษีน้อยลง จึงคืนภาษีได้น้อยกว่าที่แจ้งไว้กับผู้ซื้อ ไม่ได้เกิดจากกรมไปเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์







