posttoday
เมียนมาร์กับบรรยากาศการลงทุน

เมียนมาร์กับบรรยากาศการลงทุน

05 พฤษภาคม 2557

สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอเรื่องราวบรรยากาศความน่าลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง “เมียนมาร์” ที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กับไทย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรมมายาวนาน แถมยังเป็นที่จับตามองของบรรดานักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งนักลงทุนจากไทยด้วย

สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอเรื่องราวบรรยากาศความน่าลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง “เมียนมาร์” ที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กับไทย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรมมายาวนาน แถมยังเป็นที่จับตามองของบรรดานักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งนักลงทุนจากไทยด้วย

ประเทศเมียนมาร์หรือ “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์” (The Republic of the Union of Myanmar) เคยอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษมาเป็นเวลายาวนาน ต่อมาได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1948 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เนื่องด้วยปัญหาการเมืองภายในทำให้เมียนมาร์ในอดีตต้องอยู่ภายใต้การปกครองของทหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 และเพิ่งจะมาเปิดประเทศ พร้อมส่งสัญญาณก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยเมื่อประมาณ ค.ศ. 2011 หรือเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง

หลายคนอาจถามว่า ทำไมจู่ๆ รัฐบาลทหารถึงยอมลงจากอำนาจและมอบอำนาจให้รัฐบาลพลเรือนขึ้นมาบริหารบ้านเมืองแทน คำตอบง่ายๆ คือ 1) เมียนมาร์ไม่อาจทนต่อความยากลำบากทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป เนื่องจากกระแสความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกและประเทศเพื่อนบ้านมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ปิดประเทศ หรือถือว่าเมียนมาร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของโลกก็ว่าได้ แถมยังต้องโดนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากมหาอำนาจทั้งหลายอีกด้วย ทำให้การอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นไปด้วยยาก 2) เป็นที่ทราบชัดเจนว่าการปกครองโดย “เผด็จการอำนาจทางทหาร” ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมโลก ทำให้การติดต่อเพื่อสร้างความเจริญและการพัฒนาประเทศกับชาติอื่นๆ เป็นไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะการถูกปฏิเสธความช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันการเงินระดับโลก 3) อิทธิพลของผู้นำพรรคฝ่ายค้านอย่าง อองซานซูจี ที่ถึงแม้จะถูกคุมขังมานานมากและเพิ่งจะได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ แต่ซูจีก็มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องร่วมกับประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจการปกครองของรัฐบาลทหาร ทำให้พม่าอยู่ในกระแสสังคมโลกมาโดยตลอด และทำให้รัฐบาลทหารต้องตัดสินใจลงจากอำนาจในท้ายที่สุด

ข้อมูลทั่วไปของเมียนมาร์ ปัจจุบันมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทย ประมาณ 60 กว่าล้านคน ขนาดเนื้อที่ของประเทศใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.3 เท่า มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะมีชนกลุ่มน้อยกว่า 100 กลุ่ม มีแนวเขตพรมแดนทางบกติดต่อกับไทยประมาณ 2,000 กิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวกว่า 1,900 กิโลเมตร มีอาณาเขตทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับจีน ทิศใต้ติดกับทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล ทิศตะวันออกเฉียงใต้มีพรมแดนติดต่อกับ สปป.ลาวและไทย ทิศตะวันตกติดต่อกับอินเดียและบังกลาเทศ

สัปดาห์หน้า ผมจะมาอธิบายถึงข้อได้เปรียบเสียเปรียบของเมียนมาร์ในการดึงดูดนักลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท