posttoday
ร้านอาหารร้อง6เดือนการเมืองทุบ40%

ร้านอาหารร้อง6เดือนการเมืองทุบ40%

05 พฤษภาคม 2557

สมาคมภัตตาคารฯ โอดการเมืองฉุดยอดข้ามปีลด 3040% เหตุคนไทยประหยัดลดกินข้าวนอกบ้าน

สมาคมภัตตาคารฯ โอดการเมืองฉุดยอดข้ามปีลด 3040% เหตุคนไทยประหยัดลดกินข้าวนอกบ้าน

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2556 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยลดลง 3040% หรือรายได้รวมสูญไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ยอดขายที่ตกมาจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มั่นใจการเมือง จึงต้องระมัดระวังค่าใช้จ่ายและลดการรับประทานอาหารนอกบ้านจากเดือนละ 4 ครั้ง เหลือเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์มียอดขายลดประมาณ 30%

ขณะที่การขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารก็ลดลงไปเช่นกัน เพราะจากปัจจัยลบทางการเมือง ทำให้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องเลื่อนการขยายสาขาออกไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกันบางรายก็หันมาขยายธุรกิจในตลาดเพื่อนบ้านภูมิภาคอาเซียน เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

“ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารหลายรายต้องลดเงินเดือนพนักงานในร้านเหลือเพียงครึ่งเดือน เนื่องจากสภาพทางการเงินที่ไม่คล่องตัวส่งผลให้มีพนักงานหลายรายต้องลาออก เพราะมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันค่อนข้างสูงแต่รายได้น้อยลง และแม้ตอนนี้การชุมนุมจะเหลือเพียงแห่งเดียวแล้ว แต่ผู้ประกอบการก็ยังไม่มั่นใจและยังไม่มีการจ้างงานเพิ่ม หากมีพนักงานลาออกไป ส่วนร้านอาหารรายย่อยหรือเอสเอ็มอีบางรายปิดร้านไปแล้ว เพราะร้านเล็กจะมีสภาพคล่องเลี้ยงตัวเองได้แค่ 3 เดือน แต่การชุมนุมยืดเยื้อมากว่า 6 เดือนแล้ว จึงเจ๊งไปบางร้าน” นางฐนิวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ดี จากผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้น กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย(เอสเอ็มอี) ถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะทุกครั้งที่มีปัจจัยลบเกิดขึ้นผู้ประกอบการรายย่อยจะเตรียมสภาพคล่องทางการเงินไว้ได้ประมาณ 3 เดือน แต่ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีความยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลา 6 แล้ว จึงทำให้บางส่วนต้องปิดกิจการไป เพราะไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน

ในส่วนของร้านอาหารที่อยู่ตามบริเวณอาคารพาณิชย์หรือศูนย์ราชการ ถือเป็นอีกกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง เห็นได้จากขณะนี้เริ่มมีบางรายเริ่มปิดกิจการไปบ้างแล้ว ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารไทยต้องสูญเงินไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท

นางฐนิวรรณ์ กล่าวอีกว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ขณะนี้ธุรกิจร้านอาหารไทยยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล จากปกติจะได้รับการช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานและธนาคาร จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องมาเพิ่งเงินนอกระบบ เพื่อนำเงินเข้าไปหมุนเวียนในธุรกิจของตัวเอง

“ภาพรวมยอดขายของร้านอาหารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา แม้ว่าจะเป็นช่วงไฮซีซั่น ขณะที่แนวโน้มของเดือน พ.ค. นี้ คาดว่ายอดขายของธุรกิจร้านอาหารจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องอีกเช่นกัน เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินไปกับค่าการศึกษาของบุตรหลาน” นางฐนิวรรณกล่าว

สำหรับภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะยังชะลอตัวเหมือนกับช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้ว่าอาจจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค. นี้ แต่กว่าที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และจัดทำงบประมาณแล้วก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร ปัจจัยดังกล่าวจึงไม่น่าเป็นปัจจัยหนุนให้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารปรับตัวดีขึ้นนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตประเมินว่าในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ครั้งที่ 20 ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.13 ก.ค. 2557 จะส่งผลให้ประชาชนเกิดการบริโภคทั้งสินค้าที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เนื่องจากเทศกาลดังกล่าวประชาชนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจที่จะรวมกลุ่มสังสรรค์ในการดูกีฬา โดยกรมฯ คาดว่าสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กวดขันสินค้าเลี่ยงภาษี เช่น สุรา บุหรี่ ตามสถานบริการ เช่น ผับ บาร์รวมทั้ง แหล่งชุมชนและพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ โดยเฉพาะสุราและยาสูบเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน เนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลดังกล่าว ประชาชนส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มการบริโภคสุรายาสูบเพิ่มขึ้น ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตและจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท