
ไล่บี้ธปท.คุมแบงก์คิดดอกเบี้ย
ทีดีอาร์ไอ กระทุ้ง ธปท.คุมแบงก์พาณิชย์โขกดอกค่าธรรมเนียมรูดปรื๊ดสินเชื่อบุคคล
ทีดีอาร์ไอ กระทุ้ง ธปท.คุมแบงก์พาณิชย์โขกดอกค่าธรรมเนียมรูดปรื๊ดสินเชื่อบุคคล
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะที่กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ควรจะเข้าไปดูแลการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกค้าที่ใช้บริการให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการทางการเงินถูกเอารัดเอาเปรียบ
นางเดือนเด่น เสนอว่า ธปท.ควรมีมาตรการเข้าตรวจสอบดูว่า การคิดอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาจากปัจจัยอะไรบ้าง เพื่อป้องกันการคิดดอกเบี้ยและต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูงเกินควร
ทั้งนี้ จากการศึกษาเรื่องการเปิดเผยต้นทุนในการคิดค่าธรรมเนียมทางการเงินในต่างประเทศของทีดีอาร์ไอ พบว่าธนาคารกลางของประเทศสหรัฐและออสเตรเลียมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอัตราค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยการใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยมีการกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องส่งข้อมูลด้านต้นทุนทางธุรกรรมกับธนาคารกลางเพื่อกำหนดกรอบต้นทุนที่เหมาะสม
ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านต้นทุนต่อสาธารณชน แต่จะทำให้ทราบที่ไปที่มาของต้นทุนว่าได้คำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง
ขณะที่ในประเทศไทย ธปท.ไม่มีการให้ชี้แจงที่ไปที่มาของการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงต้นทุนค่าธรรมเนียมทางการเงินต่างๆ
นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักเกณฑ์การดูแลการคิดอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันระหว่างสินเชื่อบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ย 20% แต่สินเชื่อส่วนบุคคลกลับคิดดอกเบี้ย 28% ทั้งที่สินเชื่อทั้งสองประเภทนี้เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเหมือนกัน แต่อัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันมาก
“ประเทศไทยยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังว่า ธนาคารพาณิชย์มีการคิดต้นทุนการเงิน หรือการคิดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินที่ค้ากำไรเกินควร หรือเอาเปรียบประชาชนหรือไม่ แต่สามารถดูได้จากกำไรที่เติบโตสูงมาก ขณะที่ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มขึ้นตลอด” นางเดือนเด่น กล่าว
สำหรับในปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากร้องเรียนพฤติกรรมการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่มีลักษณะการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยในปี 2556 บริการของธนาคารพาณิชย์ที่มีการร้องเรียนมากที่สุด คือ การบริการบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ที่มีการคิดค่าบริการทวงหนี้สูงมากถึง 250 บาทต่อครั้ง ทั้งๆ ที่ธนาคารพาณิชย์มีการส่งข้อความเอสเอ็มเอสแจ้งทวงหนี้เท่านั้น ซึ่งมีต้นทุนเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ ยังพบว่าธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ต่างไม่ให้ข้อมูลรายละเอียดงวดเงินที่ลูกค้าต้องจ่ายว่าเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยเท่าไหร่
ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการบัตรเครดิต ยอดบัตรเครดิตทั้งสิ้น 18.55 ล้านบัตร ยอดสินเชื่อ 2.9 แสนล้านบาท หรือมีการใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่มีผู้ใช้สินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกัน 11.7 ล้านบัญชี ยอดสินเชื่อคงค้าง 2.99 แสนล้านบาท มีหนี้เสียกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ปัจจุบันการคิดค่าธรรมเนียมในระบบธนาคารจะแตกต่างกันมาก เฉพาะค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต มีการคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 50-100 บาท ค่าธรรมเนียมรายปี 180-250 บาท และมีบางธนาคารที่คิดตั้งแต่ 699-1,599 บาท ยกเว้นการถอนเงินข้ามธนาคารเท่านั้นที่คิดค่าธรรมเนียมเท่ากัน คือ ฟรี 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 ขึ้นไป คิดรายการละ 10 บาท







