posttoday
สภาวะอากาศมุ่งหน้าสู่หายนะ?

สภาวะอากาศมุ่งหน้าสู่หายนะ?

04 พฤษภาคม 2557

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.8 องศาเซลเซียส

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.8 องศาเซลเซียส คณะกรรมการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติอย่าง IPCC ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยใน 39 ประเทศ มีหน้าที่จัดทำ “ประวัติทางการแพทย์” ของโลก เพื่อดูทิศทางที่เป็นไปได้มากที่สุดว่า ภูมิอากาศกำลังเดินหน้าไปทางไหน โดยในปี ค.ศ. 2014 IPCC จะทำรายงานฉบับที่ 5 เสร็จ โดยเป็นรายงานที่มาจากบทความทางวิทยาศาสตร์ 9,200 ชิ้น บทสรุปคือผู้ป่วยโลกนั้นกำลังเป็นไข้

ข้อมูลที่ไม่เปิดเผย

15 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทว่าน้ำแข็งยังคงละลายและระดับน้ำทะเลก็ยังเพิ่มสูงขึ้น ข้อเท็จจริงก็คือเรายังปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลซึ่งมีผลต่อภูมิอากาศ ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1750 แต่นักวิทยาศาสตร์เห็นต่างกันอย่างรุนแรง ในเรื่องผลของก๊าซเรือนกระจกที่มีต่อภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำทะเล รังสีจากอวกาศ การระเบิดของภูเขาไฟและปัจจัยทางธรรมชาติอื่นๆ

IPCC พบว่ากว่าครึ่งของภาวะโลกร้อนที่พบในปี ค.ศ. 1951-2010 เกิดจากฝีมือมนุษย์ ยิ่งกว่านั้นคณะกรรมการยังประเมินว่าการหยุดชะงัก หรือการที่อุณหภูมิพื้นผิวไม่เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 15 ปีนั้น เป็นความผันผวนตามธรรมชาติ ไม่อย่างนั้นอุณหภูมิจะต้องพุ่งสูงขึ้นและโลกก็อาจร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องในไม่ช้า

ปัญหาก็คือแบบจำลองคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน มีข้อจำกัดตามข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ซึ่งมีตัวแปรมากมาย เช่น ภูเขาไฟ กระแสน้ำในมหาสมุทร และกัมมันตภาพสุริยะ ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความผันผวนใหญ่ๆ ที่ไม่อาจทำนาย

แย่กว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ถึงกระบวนการควบคุมภูมิอากาศอย่างถ่องแท้ เช่น มีเมฆกี่ชนิดที่สามารถเพิ่มหรือลดความร้อนได้ มหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแลกเปลี่ยนพลังงานกันอย่างไร รวมถึงเวลาเกิดธารน้ำแข็งและการที่น้ำแข็งละลายนั้นมีกระบวนการอะไรบ้าง ปัจจัยที่ยังไม่ล่วงรู้ทั้งหมดนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยากจะเห็นพ้องในการวิเคราะห์

ผู้เชี่ยวชาญบางรายบอกว่า การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศถึงขั้นที่ IPCC กล่าวอ้าง บางคนเชื่อว่า ภาพจำลองนั้นเก่าเกินไป ระดับน้ำทะเลเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง การวัดค่าแสดงให้เห็นว่าระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นราว 3 มม./ปี IPCC คาดว่า น้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 26-98 ซม. จนกระทั่งปี ค.ศ. 2100 ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าระดับน้ำทะเลอาจเพิ่มสูงกว่านี้อีก 60 ซม. แต่อีกด้านหนึ่งก็มีนักวิทยาศาสตร์ที่อ้างว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติของช่วงเวลาที่มีอากาศอบอุ่นระหว่างยุคน้ำแข็งเช่นในปัจจุบัน

คำถามเรื่องมุมมอง

ความเห็นต่างนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนักวิทยาศาสตร์วัดชีพจรโลกในระดับที่แตกต่างกันถ้าวัดใน 15 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าอุณหภูมิแทบไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าวัดในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นตลอดเวลาและถ้าย้อนเวลาไปไกลกว่านั้น ก็จะพบความผันผวนของอุณหภูมิตามธรรมชาติครั้งใหญ่โดยคาร์บอนไดออกไซด์นั้นมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ก่อนหน้าที่มนุษย์จะจุดไฟคบแรกเป็นเวลานาน เมื่อ 56 ล้านปีก่อน

ความรู้นี้อาจสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเราไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้ แต่ในเวลาเดียวกันก็อาจแปลว่าคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยสำคัญมาก จนอาจสูญเสียอะไรไปมากมายก็ได้ หากเราเพิ่มผลของมันไปเรื่อยๆ ด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศไม่หยุดหย่อน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ