posttoday
เราคือโลก

เราคือโลก

04 พฤษภาคม 2557

เราคือโลกโลกนี้ไม่ได้มีมนุษย์เราเป็นเจ้าของ เป็นผู้ถือครอง แม้สิ่งแวดล้อมจะแปรเปลี่ยน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โลกนี้ไม่ได้มีมนุษย์เราเป็นเจ้าของ เป็นผู้ถือครอง แม้สิ่งแวดล้อมจะแปรเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลงไปอย่างถาวรหลายต่อหลายด้าน แต่ที่สุดแล้วผู้ที่กำหนดเงื่อนไขวงจรความเปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุด ก็คือธรรมชาติ แนวความคิดนี้ ได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เมื่อผิวโลกพยายามปรับสมดุลของตัวเองใหม่ ในรูปของภัยธรรมชาติ สิ่งก่อสร้างในอารยธรรมของมนุษย์ที่ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงไรในสายตาของพวกเรา ต่างก็มีอันต้องพังพาบลง กลายเป็นโศกนาฏกรรมให้หน้าประวัติศาสตร์ของเราครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งวิถีนี้ได้

วิถีดังกล่าวในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ ให้บทเรียน สอนให้เราจำนวนไม่น้อย ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อโลกใหม่ในมุมมองที่ศาสนา ปรัชญา และวิทยาศาสตร์ บอกเราว่า “สรรพสิ่งบนโลกล้วนเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน”

ดร.เดวิด ที ซูซูกิ นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำชาวแคนาดา ผู้เคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องระบุว่า สรรพสิ่งที่อยู่บนโลกต่างมีเรื่องเล่าที่ยึดโยงถึงกัน เป็นดั่งเกลียวชีวิตที่ถักทอเป็นสายใย จิตวิญญาณให้มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แยกขาดจากกันไม่ได้

ดร.ซูซูกิ เล่าว่า ครั้งแรกที่เขาได้พบปะกับคนพื้นเมืองอินเดียนแดง เขาถูกสอนว่า มนุษย์นั้นถูกสร้างขึ้นจากธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม และไฟ เรื่องนี้ รบกวนจิตใจของ ดร.ซูซูกิ ให้เริ่มตระหนักคิดว่า ความรู้วิทยาศาสตร์ที่เคยร่ำเรียนมานั้น วางกรอบในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมผิดทิศผิดทาง ต้องคิดใหม่ ว่า เราคือ “โลก”

เราคือโลก

 

ดร.ซูซูกิ เริ่มกระบวนคิดใหม่โดยย้อนกลับไปตระหนักถึงวิถีของอารยธรรมโบราณของมนุษย์ยุคก่อน ว่ามนุษย์ยุคนั้นทราบดีว่า ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และขึ้นอยู่กับธรรมชาติ นั่นก็คือเหตุผลของการสวดมนต์ เต้นรำ มีพิธีกรรมต่างๆ ที่ทำให้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบและการกระทำในสิ่งที่จะส่งผลต่อเนื่องให้สรรพสิ่งดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล

ความเชื่อและวิถีแห่งตะวันออกที่ผู้คนค่อยๆ หลงลืมไป อย่างเรื่องการอธิบายถึงธาตุทั้งสี่ รวมมนุษย์ก็เป็นห้า นี้เองที่บอกว่าร่างกายเราประกอบด้วยดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุ ก่อนจะถูกวิทยาศาสตร์แบบเก่าแยกออกจากความเป็นจริงข้อนี้

ดร.ซูซูกิ อธิบายในมุมมองวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างเรากับโลก โดยยกภาพมวลอากาศที่เราสูดหายใจเข้าไป มาอธิบายว่า แม้จะไม่สามารถตามดูมวลออกซิเจน หรือไนโตรเจนได้ แต่หากตามดู อาร์กอน (Argon) ซึ่งเป็นก๊าซเฉื่อยอยู่ในอากาศที่หายใจ เข้าไปและไม่ทำปฏิกิริยากับธาตุอื่น จากการคำนวณว่า ใน 1 ลมหายใจเข้านั้น เราสูดเอาอาร์กอนเข้าไป นับหลายล้านล้านอะตอม เมื่อเราหายใจออก อาร์กอนจะกระจายแพร่ไปตามอากาศ โดยสามารถเดินทางไปได้ไกลนับหมื่นล้านไมล์ หรือแม้แต่ตอนเราหายใจออก คนที่อยู่ใกล้ๆ นั้นก็สูดอาร์กอนของเราเข้าไปด้วย

ไม่ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าไร อาร์กอนที่ถูกปล่อยออกมาก็ยังคงผสมกับอากาศที่ปลิวพัดผ่านไปจนครบรอบโลก หรือกล่าวได้ว่า ตราบขณะปัจจุบันที่เราต่างกำลังหายใจอยู่นี้ ก็ให้ตระหนักว่าในอากาศที่เราสูดเข้าปอด ล้วนมีอาร์กอนที่สิ่งมีชีวิตในโลกยุคก่อนทั่วทุกมุมโลกหรือกระทั่งไดโนเสาร์เมื่อหลายล้านปีก่อนหายใจออกมา และกำลังหมุนเวียนอยู่ในโลกไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ นี่เป็นมุมมองเล็กๆ มุมหนึ่งที่ชี้ให้เห็น สายสัมพันธ์หนึ่งของสรรพสิ่ง

ดร.ซูซูกิ ระบุอีกว่า เมื่อก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เหตุผล...เป็นเพียงหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความจริง หรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะอธิบายความจริงได้ แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ค้นพบ ทำให้ต้องมองสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้ด้วยมุมมองใหม่ โดยสำหรับตัวเขา มองว่า จิตวิญญาณจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกในการเชื่อมโยงมิติทางวิทยาศาสตร์ แต่ถือเป็นหนทางที่จะทำให้ได้ค้นพบความจริงแท้ในวิทยาศาสตร์

“เราต่างก็ถูกฝึกมาว่า ถ้าเราพูดถึงเรื่องจิตวิญญาณ เราก็จะไม่อยู่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ความจริงอีกต่อไป จึงเสี่ยงมากกับชื่อเสียงทางวิชาการ แต่มันก็มีสิ่งที่แย้งว่าทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ โดยต้องยอมรับความจริงว่า มีกฎบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือการคาดเดา เข้าใจหรือเหนือการควบคุมของมนุษย์ และควรจะรู้ว่าเราต่างเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ซึ่งไม่มีอะไรขัดแย้งเลยกับความเป็นวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ท้าทายมนุษย์เราก็คือ นำพาตัวเองกลับคืนไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโลก ทุกๆ การกระทำที่เกิดขึ้น ควรเกิดขึ้นด้วยความรับผิดชอบในการกระทำ”ดร.ซูซูกิ กล่าว

ไม่ว่าเราจะตระหนักในเรื่องนี้แค่ไหน แต่ในมุมมองด้านความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ที่ผ่านมาก็เห็นบทเรียนชัดเจนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ว่า อะไรที่มนุษย์เราทำต่อโลก ต่อผืนแผ่นดิน ที่สุดแล้วก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลพวงจากการกระทำของเราเองที่ย้อนกลับมาหาเราในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท