
‘น้ำมันฝาง’
สัปดาห์ก่อน กรมธุรกิจพลังงานได้พาเยี่ยมชมแหล่งพลังงานและโครงการพัฒนาพลังงานทดแทน
สัปดาห์ก่อน กรมธุรกิจพลังงานได้พาเยี่ยมชมแหล่งพลังงานและโครงการพัฒนาพลังงานทดแทน ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วย แหล่งน้ำมันฝาง ที่เป็นแหล่งน้ำมันดิบบนบกแห่งแรกของไทย ขณะเดียวกัน ยังใช้เป็นศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการสำรวจ ขุดเจาะ และผลิตน้ำมันอย่างครบวงจร และศึกษาการนำพลังงานความร้อนจากใต้พิภพมาผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพฝาง
แหล่งน้ำมันฝาง ในปัจจุบันมีอัตราการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 1,100 บาร์เรลต่อวัน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของกรมการพลังงานทหาร คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ค่ากำมะถันสูงกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศไว้ กรมพลังงานทหารจึงจำหน่ายให้ผู้ค้าเพื่อส่งออกนอกประเทศ โดยผ่านการพิจารณาจากกรมธุรกิจพลังงานที่ดำเนินการกำกับดูแลตรวจสอบปริมาณการผลิตและการจำหน่ายผ่านการออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ เนื่องจากประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำมันที่ใช้ในประเทศเป็นมาตรฐานยูโร 4 สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หวังให้มีสุขภาวะที่ดีของประชาชน
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาในฐานะที่กรมธุรกิจพลังงานจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อสร้างความตระหนัก ปลุกจิตสำนึกและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้น้ำมันอย่างรู้คุณค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับแหล่งน้ำมันฝาง สะท้อนให้เห็นว่า น้ำมันที่ผลิตได้จากการกลั่นน้ำมันดิบของโรงกลั่นน้ำมันฝางมีคุณภาพไม่ตรงกับมาตรฐานน้ำมันที่ใช้ในประเทศและผลิตได้จำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในขณะที่ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในแต่ละประเภทโดยน้ำมันเบนซินมีปริมาณการใช้เฉลี่ยวันละ 22.41 ล้านลิตร
ส่วนน้ำมันดีเซล มีปริมาณการใช้เฉลี่ยวันละ 59.28 ล้านลิตร จึงเป็นเหตุผลที่ไทยต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ กว่าวันละ 856.41 พันบาร์เรล/วัน มีมูลค่ากว่า 95.51 ล้านบาท/วัน ซึ่งรวมถึงการนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) วันละ 4.33 ล้านก.ก. ส่งผลให้มีมูลค่าการนำเข้า 127.45 ล้านบาท/วัน นับว่าเป็นการขาดดุลทางการค้าของไทย เพราะในขณะเดียวกันไทยสามารถส่งออกได้เพียงประมาณ 112.48 พันบาร์เรล/วัน
ดังนั้น ควรถึงเวลาส่งเสริมให้ประชาชนประหยัดน้ำมันอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของการนำเข้าน้ำมัน อันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเศรษฐกิจของประเทศ และมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนสืบไป







