posttoday
ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

04 พฤษภาคม 2557

ทันทีที่คณะท่องเที่ยวตามโครงการวัฒนธรรมสัญจร เรื่อง “ตามรอยฝรั่ง เล่าความหลังเมืองพริบพรี”

โดย...สมาน สุดโต

ทันทีที่คณะท่องเที่ยวตามโครงการวัฒนธรรมสัญจร เรื่อง “ตามรอยฝรั่ง เล่าความหลังเมืองพริบพรี” จัดโดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ที่มี บุญเตือน ศรีวรพจน์ เป็นผู้อำนวยการ เดินทางถึงบ้านใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ทุ่งนา ร่มรื่นด้วยร่มไม้ ก็ได้ยินเสียงสุภาพสตรีทักทายผ่านโทรโข่ง ว่า ยินดีต้อนรับชาวคณะจากกรมศิลปากร แม้จะมีเสียงเหน่อตามสำเนียงชาวเมืองเพชร แต่ดังฟังชัดและมีเสน่ห์ ท่านผู้ทักทายคืออาจารย์ถนอม คงยิ้มละมัย ผู้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ปานถนอม ร่วมกับสามี (อาจารย์ปานศักดิ์ ถึงแก่กรรมแล้ว) เพื่อแสดงรากเหง่าเผ่าพันธุ์ไทยทรงดำ หรือที่เรียกแบบเดิมๆ ว่า ลาวโซ่ง

บ้านคือพิพิธภัณฑ์

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ข้อมูลว่า บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ 1 บ้านหนองจิก ต.หนองปรง อ.เขาย้อย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ปานถนอม เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของชาวไทยทรงดำ หรือไทยดำ บางก็เรียกว่า ลาวโซ่ง เป็นชาติพันธุ์ตระกูลไทย มีอัตลักษณ์ของตนเองอย่างโดดเด่นซึ่งไม่ซ้ำแบบใคร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องภาษา ศิลปะการเย็บปัก การดนตรีและการร่ายรำ การแต่งกายทรงผม โดยมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามหลักธรรมชาติ

พิพิธภัณฑ์ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2542 ตรงกับวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยรวบรวมของใช้ของต้นตระกูล จัดวางเป็นหมวดหมู่ เพื่อบริการนักเรียน นักศึกษาทุกระดับ

ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

 

การที่พิพิธภัณฑ์ตั้งที่บ้านอาจารย์ถนอม เนื่องจากบ้านตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองปรง เป็นเมืองแม่ของไทยทรงดำ เมื่อมีคนมาท่องเที่ยวในหมู่บ้าน แต่ไม่มีแหล่งใดรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ อาจารย์ถนอมกับสามีจึงรวบรวมของต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ลาวโซ่งตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา

ปี 2547 ได้ปรับปรุง โดยสร้างอาคารเพื่อจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ วันที่ 30 ต.ค. 2551 หลังจากได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย (งบประมาณตามโครงการยุทธศาสตร์จังหวัดเพชรบุรี ปี 2551) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม และเอกชน ทำให้พัฒนางานสืบสานวัฒนธรรมไทยทรงดำได้อย่างเต็มที่ และเป็นที่รู้จักในสังคมทั่วไป

มาอยู่เมืองไทย 231 ปี

ย้อนกลับมาที่พิธีการต้อนรับคณะจากกรมศิลปากร วันที่ 25 เม.ย. 2557 อาจารย์ถนอมคงยิ้มละมัย ได้ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับไทยทรงดำ พร้อมกับบอกว่า ดีใจที่คณะใหญ่จากกรมศิลปากรมาเยี่ยม เพราะนับแต่น้ำท่วมใหญ่ ก็มีคณะนี้มากันเป็นทางการและเป็นจำนวนมาก จึงขอต้อนรับด้วยความยินดี

คณะที่ไปเยี่ยมจึงเห็นชายหนุ่มหญิงสาวชาวไทยทรงดำ ถือเครื่องมงคล ตั้งแถวต้อนรับที่ปากประตูเข้าบ้าน หรือพิพิธภัณฑ์ปานถนอม ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แบบเจ้าของบ้านที่ดี

อาจารย์ถนอมได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ไทยทรงดำ หรือลาวโซ่ง อพยพจากเวียดนามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยามประเทศนานถึง 231 ปีแล้ว โดยหาที่อยู่ใกล้ภูเขา ไม่ชอบทะเล กระจายอยู่หลายจังหวัด นอกจาก จ.เพชรบุรี ก็มีที่ จ.ราชบุรี และที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แต่ละถิ่นที่อยู่ได้รักษาประเพณีวัฒนธรรมของลาวโซ่งไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าจะถูกรุกด้วยวัฒนธรรมตะวันตกก็ตาม

ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

 

เมื่อคณะจากกรมศิลปากรได้จับจองที่นั่งที่เจ้าภาพจัดไว้แล้ว การแสดงทางวัฒนธรรมไทยทรงดำได้เริ่มขึ้น ทำให้พวกเราส่วนมากอยู่ในวัยเกษียณตื่นตาตื่นใจกับการแสดงแต่ละชุดที่มีทั้งเยาวชนและคนวัยกลางคนร่วมแสดง โดยมีอาจารย์ถนอมเป็นผู้บรรยายให้ทราบความหมายการแสดงแต่ละชุดว่าคืออะไร รวมทั้งความโดดเด่นของเครื่องแต่งกายที่แสดงอัตลักษณ์ไทยทรงดำ ทั้งของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

พิพิธภัณฑ์มีชีวิต

ผู้เขียนทึ่งกับแนวคิดของอาจารย์ถนอม ในการจัดพิพิธภัณฑ์ เพราะไม่ได้แค่นำเครื่องมือของใช้ด้านประเพณีวัฒนธรรมมาตั้งแสดงให้ผู้มาเยือนชมเท่านั้น แต่พาลูกหลานชาวไทยทรงดำให้มีส่วนร่วมและซึมซับ โดยให้แต่งตัวตามประเพณี แสดงศิลปวัฒนธรรม เช่น การวางตัวเมื่อเป็นเยาวชน เติบโตเป็นวัยรุ่น การคบหาสมาคมของชายหญิง และการเล่นต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมได้ติดตามหลายชุดด้วยกัน จุดนี้ต้องบอกว่าเป็นการจัดพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ส่งเสริม และสร้างสรรค์วัฒนธรรม ประเพณีที่น่าหวงแหนให้มีการสืบสานรับช่วงกันเป็นรุ่นต่อรุ่น และจะยั่งยืนตลอดไป

ลาวโซ่ง มีความแตกต่างจากชาวไทย หรือชาวลาวอื่นๆ คือ มีประเพณีเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือน ชุดแต่งกายของสตรีและบุรุษและทรงผมสตรี

การไหว้ผีบ้านผีเรือน เป็นประเพณีที่ทุกบ้านต้องมี ต้องทำ ชุดที่ไหว้ผีบ้านผีเรือนเรียกว่าปานเผือน ประกอบด้วยของคาวของหวาน ผลไม้นานาชนิด เวลาไหว้ให้ยกเครื่องเซ่นไหว้ 3 ครั้ง

ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

 

การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ชุดแต่งกายของสตรีที่นุ่งซิ่นลายแตงโม แต่วิธีนุ่งมีหลายอย่าง ส่วนใหญ่นุ่งทบหน้าวัว คือ การรวบชายด้านข้างมารวมกันไว้ด้านหน้า ขวาทับซ้ายทบด้านบนลงทับรอยทบ ไม่มีชาติใดเหมือน สะดวกแก่การเดินทั้งยามผ้าเปียก หรือผ้าแห้ง ยังมีการนุ่งผ้าแบบหน้าสั้นหลังยาว จนมีคำกล่าวว่า ตางหลังละหญ้า ตางหน้าเห็นของดี แปลว่า ด้านหลังละต้นหญ้า ด้านหน้าเห็นของดี คือ นุ่งสั้น เป็นการนุ่งผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครในโลก

ทรงผม 9 แบบ

ทรงผมของสุภาพสตรี ไม่ว่าสาวแก่ แม่ม่าย มีความแตกต่างและบอกความหมายได้ทั้งหมด

ในแผ่นพับเล่าเรื่องทรงผม กล่าวว่า ลาวหางขาด หมายถึง เดี๋ยวนี้คนลาวไม่ไว้ผม ปั้นเกล้าปลายผมห้อยมาเป็นหางจิวกันแล้ว ทั้งนี้ ลาวโซ่งจัดเกล้าผมไว้ถึง 9 แบบ แบ่งตามลำดับอายุ

1.เอื่อมไหล่ เด็กสาวอายุ 13-14 ปี ผมยาวประไหล่

2.สับปลิ้น เด็กสาวอายุ 14-15 ปี ผมยาวตลบปลิ้นขึ้นด้านบน

3.ช่อดอกแค สาวอายุ 15-16 ปี จุกผมไว้ด้านหน้า ปล่อยปลายคล้ายดอกแค หรือหางนกกะแล

4.ทรงจุกต๊บ เกล้าเป็นจุกบนศีรษะและหักทบมารวมกันไว้กลางศรีษะคล้ายหอยโข่ง

ปานถนอม พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่สร้างสรรค์ไทยทรงดำ

 

5.ผมขอดกระด็อก อายุ 16-17 ปี รวบไว้ผมสอดเข้าในผมคือชายผมออกด้านขวา

6.ผมยอดซอย อายุ 17-18 ปี ผูกผมเป็นเงื่อนตาย ปล่อยชายลงทางซ้าย

7.ผมปั่นเกล้าซอย อายุ 19 ปี เกล้าผมกลางศีรษะ ชายผมห้อยขวา

8.ผมปั่นเกล้าด่วง อายุ 20 ปี เกล้าผมไว้บนศีรษะคล้ายหูกระต่าย ชายผมห้อยซ้าย

9.ทรงผมแม่ม่าย เหมือนปั่นเกล้าต่วงแต่ไม่ต้องมีต่วง

ส่วนเครื่องใช้ตั้งแต่ในเรือน ห้องนอน ในครัวถึงท้องทุ่ง เครื่องแต่งตัวชายหญิง และของใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพ เช่น กะเหล็บ ขนาดเล็กและใหญ่(ที่สุดในโลก) ก็มีแสดงที่พิพิธภัณฑ์ปานถนอมพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์และมีชีวิตแห่งเมืองเพชรบุรี

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด