
ต้องโปร่งใส
กระบวนการแจกคูปองสำหรับซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณช่องทีวีดิจิทัลให้กับ 22 ล้านครัวเรือน
กระบวนการแจกคูปองสำหรับซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณช่องทีวีดิจิทัลให้กับ 22 ล้านครัวเรือนในประเทศไทย ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังถูกจับตามองจากสังคม
โดยเฉพาะการถกกันเรื่องมูลค่าของคูปองหลายต่อหลายรอบว่าจะเป็นเท่าไหร่ เดิม 690 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาท ซึ่งการแจกคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประชาชน แม้ดูว่าราคายิ่งมากจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ขณะเดียวกันถ้าราคายิ่งสูงและไปสร้างผลประโยชน์ให้กับเอกชนบางกลุ่ม
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคออกมาประเมินว่า การแจกคูปองในราคา 1,000 บาท ทำให้รัฐสูญเงินไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ออกมาโต้แย้งว่าไม่เป็นความจริง และสิ่งที่ กสท.ทำนั้น ดำเนินตามหลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิทัล เพื่อให้เงินที่ได้จากการประมูลกลับไปสู่ประชาชนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัล และการแจกคูปองทีวีดิจิทัลให้แก่ประชาชน เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
สิ่งที่ กสท.ควรทำเพื่อตอกย้ำคำพูดว่าเป็นกระบวนการที่โปร่งใส คือ การออกมาชี้แจงข้อมูลต่างๆ ที่มาของราคาคูปองทีวีดิจิทัลให้ชัดเจนที่สุด ฐานการคิดและการอ้างอิงทั้งจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีราคาที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้วทั่วโลก
นอกจากนั้น ในขั้นตอนกระบวนการแจกคูปองต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสเช่นเดียวกัน การสร้างเงื่อนไข ข้อจำกัดให้รัดกุม อย่างน้อยจะปิดช่องว่างการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการแจกคูปอง ซึ่งในจุดนี้ กสท.ก็ต้องแจกแจงอย่างละเอียดถึงวิธีการต่างๆ ที่ประชาชนจะรู้เท่าทันกระบวนการทุจริตครั้งนี้
สิ่งสำคัญ ตอนนี้ประชาชนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัลน้อยมาก “นิด้าโพล” ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับทีวีดิจิทัล พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 46.27% ระบุว่า ไม่มีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างทีวีดิจิทัลกับอะนาล็อกเลย
ขณะที่ 46.76% ระบุว่า ไม่ทราบถึงวิธีการรับชม “ทีวีดิจิทัล” เลย 19.33% ระบุว่า ทราบในระดับน้อย 27.44% ระบุว่า ทราบในระดับดี ขณะที่ 6.47% ระบุว่า ทราบถึงวิธีการรับชม “ทีวีดิจิทัล” ในระดับดีมากผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความรู้ความเข้าใจทีวีดิจิทัลของประชาชนยังมีอยู่น้อยมาก และยิ่งรู้น้อย โอกาสที่จะถูกหลอกลวงจากผู้ที่ต้องการจะหาประโยชน์ก็เป็นไปได้มาก เพราะฉะนั้น กสท.ต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้กระบวนการโปร่งใสอย่างแท้จริง







