
วุฒิสภานัดเลือกประธาน9พ.ค.
ที่ประชุมวุฒิสภามีมตินัดเลือกประธาน และรองประธาน9พ.ค.นี้ เวลา13.30น.พร้อมตั้งกมธ.ในคราวเดียวกัน
ที่ประชุมวุฒิสภามีมตินัดเลือกประธาน และรองประธาน9พ.ค.นี้ เวลา13.30น.พร้อมตั้งกมธ.ในคราวเดียวกัน
ที่ประชุมวุฒิมีมติ 65 ต่อ 23 เสียง งดออกเสียง 27 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง เห็นชอบให้แยกพิจารณาญัตติกับเลือกบุคคลให้มาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภา และกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา และกำหนดวันพิจารณาตามญัตติดังกล่าว ในวันที่ 9 พ.ค. เวลา 13.30 น. ภายหลังจากเสร็จสิ้นวาระการประชุมปกติ
นายตรี ด่านไพบูลย์ สว.ลำพูน ได้หารือต่อที่ประชุม เสนอญัตติให้ที่ประชุมตั้งกรรมาธิการ และแต่งตั้งประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาในสมัยประชุมวิสามัญครั้งนี้ โดยมีสมาชิกอภิปรายสนับสนุนว่าควรตีความอย่างกว้างเป็นกิจกรรมที่ทำได้ แม้พรฎ.จะระบุว่าเป็นการเปิดประชุมเพื่อวาระแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่ง
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา อภิปรายว่า การตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) จำเป็นต้องตีความเพื่อให้ประเทศไทยเกิดความสูญเสียน้อยที่สุด และการเลือกประธานวุฒิสภา ถือเป็นความจำเป็นของการประชุมวุฒิสภา หากไม่มีอาจจะทำให้การทำงานสะดุด รวมถึงมีข้อจำกัดและเกิดช่องว่างตามรัฐธรรมนูญได้ อาทิ กรณีที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา
นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา อภิปรายว่า พรฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญ แห่งรัฐสภา โดยรัฐบาลนั้น เป็นเพียงทางผ่านให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์เท่านั้น รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ปิดกั้นการทำงานของวุฒิสภา
ทั้งนี้ หากมีการตีความกฎหมายว่าวุฒิสภาไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เกินกว่าเรื่องที่กำหนดไว้ใน พรฎ.เรียประชุมสมัยวิสามัญ อาจมีผู้ตีความว่าการกล่าวคำปฏิญาณตนต่อสว.ใหม่ไม่สามารถทำได้เช่นกัน
ขณะที่ นายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา อภิปรายว่าการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นเรื่องเฉพาะ ดังนั้นการเสนอญัตติเพื่อพิจารณาตั้งกรรมาธิการฯ ไม่อาจสามารถทำได้ และอาจจะมีปัญหาด้านข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ขอให้พิจารณาให้รอบคอบว่าการตั้งกรรมาธิการสามัญ สามารถทำได้ในการประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้นำไปเป็นประเด็นการฟ้องร้อง ว่าวุฒิสภากระทการโดยมิชอบต่อพรฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 หรือไม่







