
โยนภาระกองทุนชาวนาแบกหนี้แสนล้าน
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การจ่ายหนี้จำนำข้าวให้กับชาวนาที่ค้างจ่ายอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท กำลังตกเป็นภาระของกองทุนช่วยเหลือชาวนา ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งขึ้นมาเพื่อระดมเงินบริจาคและเงินฝาก เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนช่วงที่รัฐบาลไม่สามารถกู้เงิน และไม่สามารถระบายข้าวได้
กองทุนช่วยเหลือชาวนาตั้งขึ้นเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลชุดนี้เข้าตาจนไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ชาวนา หวยจึงมาออกที่กองทุนช่วยเหลือชาวนา โดยฝ่ายการเมืองให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 181
กองทุนชาวนาที่ตั้งมา 2 เดือน มีเงินเข้ามาแล้ว 8,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เข้ามาในกองที่ได้ผลตอบแทน 0.63% ต่อปี และคาดว่าจะได้ตามเป้าในไม่ช้า ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.ได้ทยอยนำเงินในกองทุนไปจ่ายหนี้จำนำข้าวให้ชาวนาแล้วกว่าครึ่ง โดยใช้วิธีทยอยจ่ายเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีเงินไปจ่ายชาวนาตลอด แก้ภาพที่ว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่ายหนี้
ด้านการหาเงินเข้ากองทุนชาวนา ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินในกองทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1,000 ล้านกว่าบาท เป็นเกือบ 5,000 ล้านบาท เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และก่อนจะสิ้นสัปดาห์เงินจะทะยานเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 8,000 กว่าล้านบาท เพราะได้เงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีสภาพคล่องกว่า 2 แสนล้านบาท ไหลเข้ามา
นอกจากนี้ เมื่อต้นปีงบประมาณ 2557 อปท.ได้เบิกงบลงทุนก้อนใหญ่จากกรมบัญชีกลางอีก 1 แสนล้านบาท ไว้เป็นสภาพคล่องรอเบิกจ่ายโครงการต่างๆ จึงเป็นช่องที่จะผันเงินจาก อปท.มาให้กองทุนช่วยเหลือชาวนาหมุนสบายๆ อีกก้อน โดยก่อนหน้านี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล อปท.ได้ส่งหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลางแล้วว่าการนำเงินสภาพคล่องไปฝากไว้กับกองทุนช่วยเหลือชาวนาจะผิดหรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางตอบยืนยันว่าทำได้ แต่ให้พิจารณาเรื่องผลตอบแทนให้รอบคอบ
จึงเป็นที่มาที่ ธ.ก.ส. ในฐานะผู้บริหารกองทุน ระบุว่า เตรียมพิจารณาเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ฝากเงินกับกองทุน นอกจากเพื่อดึงดูดเงินเข้ากองทุน ยังการันตีให้กับ อปท.ที่นำเงินมาฝากจะได้รับผลตอบแทนไม่น้อยกว่าการฝากที่เดิม จะได้ไม่มีความผิดที่ทำให้องค์กรได้รับความเสียหาย
ประจวบเหมาะกับที่ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ที่กำกับดูแล ธ.ก.ส. ระบุว่า ต้องการให้กองทุนช่วยเหลือชาวนาขยายวงเงินบริจาค และรับฝากอีก 2 หมื่นล้านบาท เพื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ชาวนาที่ยังค้างอยู่อีก 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมุ่งใช้กองทุนช่วยเหลือชาวนาเป็นผู้กู้เงินแทนรัฐบาล เพื่อมาจ่ายหนี้ชาวนาแทน เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถกู้เงินได้
ขณะที่ฝ่ายการเมืองต้องการให้ ธ.ก.ส.ออกพันธบัตรกู้เงินมาจ่ายหนี้ชาวนาแทนรัฐบาล ก็เจอ ธ.ก.ส.ตั้งการ์ดสูงทันทีว่า ทำไม่ได้ เพราะขัดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ระบุว่า เงินจำนำข้าวรอบล่าสุด 1.9 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังต้องจัดหาให้ รวมทั้งรัฐบาลต้องรับผิดชอบเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ขณะที่การยืมงบกลางของปี 2557 อีก 4 หมื่นล้านบาท ก็ทำท่าจะเป็นได้ยาก เพราะเงินก้อนแรกที่ยืม 2 หมื่นล้านบาท ยังค้างจ่ายอีกประมาณ 4,000 ล้านบาท แม้ว่าจะจ่ายได้ทันวันที่ 31 พ.ค. ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดไว้ แต่การยืมเงินก้อนใหม่ต้องทำเรื่องขอ กกต. ซึ่งต้องใช้เวลา และยังมีเงื่อนไขที่จะจัดมีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.ค. หรือ มิ.ย.นี้ ทำให้รัฐบาลจะระบายข้าวมาคืนงบกลางได้ยาก รัฐบาลคงไม่เสี่ยง
ที่สำคัญการยืมงบกลางที่ผ่านมา กกต.กำหนดให้นำเงินไปจ่ายหนี้ชาวนาที่ได้ใบประทวนก่อนการจะยุบสภาเท่านั้น และคงเป็นเงื่อนไขหากจะมีการขอเงินกู้ก่อนใหม่ด้วย
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเบนเข็มมาระดมเงินกู้ผ่านกองทุนช่วยเหลือชาวนา โดยมี อปท.เป็นแหล่งเงินกู้ใหญ่ เพราะมีสภาพคล่องอยู่กว่า 2 แสนล้านบาท มากพอที่จะจ่ายหนี้ที่รัฐบาลค้างชาวนาอยู่ได้อย่างสบายๆ ไม่ติดล็อกเรื่องการระบายข้าวใช้คืน รวมทั้งจ่ายให้ชาวนาได้ทุกรายไม่ติดเงื่อนไขของ กกต.
อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.ก็ต้องระมัดระวังในการดำเนินของกองทุนช่วยเหลือชาวนา เพราะเงินที่ระดมก้อนแรก 2 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.จะต้องรอเงินจากการระบายข้าวมาชำระคืนให้ได้ทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่ง ธ.ก.ส.ก็ยังตอบไม่ได้ว่าหากกระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวมาใช้หนี้ไม่ทันตามกำหนดจะแก้ไขอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นว่า ภาระดอกเบี้ยที่ ธ.ก.ส.นำเงินการบริหารจัดการจำนำข้าวของปีงบ 2557 เป็นการทำผิดมติ ครม.หรือไม่ เพราะ ธ.ก.ส.เคยยืนยันเองว่าเงินที่ใช้จ่ายจำนำข้าวต้องเป็นเงินที่กระทรวงการคลังจัดหา และรัฐบาลเป็นผู้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด แต่กองทุนช่วยเหลือชาวนาเป็น ธ.ก.ส.เป็นผู้จัดหาเงินเข้ากองทุน และยังล้วงเงินมาบริหารจัดการการจำนำข้าว มาจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนโดยไม่มีมติ ครม.รองรับ อาจจะเป็นการทำผิดมติ ครม. หากรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาไม่ใช่รัฐบาลชุดเดิม และไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ ธ.ก.ส. ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ในด้านของการชำระหนี้ ที่กองทุนชาวนากำหนดไว้ว่า 2 หมื่นล้านบาท ต้องใช้ให้หมดภายในเดือน ธ.ค.นี้ หากมีรัฐบาลเข้ามาก่อน จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181 หรือไม่ แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการดำเนินการของ ธ.ก.ส. แต่ทนุศักดิ์ที่มาจากฝ่ายการเมือง เป็นรัฐมนตรี และเป็นประธาน ธ.ก.ส.รับรู้การดำเนินการอยู่ด้วย ก็มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย
ยิ่งล่าสุด ทนุศักดิ์ออกมาบอกว่าให้กองทุนชาวนาระดมเงินเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท ยิ่งเห็นได้ชัดว่าฝ่ายการเมืองสั่งการกองทุนช่วยเหลือชาวนาทางอ้อม โดยเลี่ยงไม่สั่งการตรงจาก ครม. เพื่อหนีผิดทางข้อกฎหมาย หากระดมได้อีก 2 หมื่นล้านบาทก็หนีไม่พ้น ทีนี้ที่เหลืออีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท ต้องให้กองทุนช่วยเหลือชาวนาหาเงินมาจ่ายชาวนาแทนรัฐบาล
ยิ่งจะทำให้กองทุนช่วยเหลือชาวนามีภาระเป็นแสนล้านบาท ไม่มีทางที่จะใช้คืนได้ทันภายในรัฐบาลรักษาการ และไม่มีเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้
ภาระความรับผิดก็จะตกหนักที่ ธ.ก.ส.อย่างหนีไม่พ้น







