
กุมอำนาจคุมตั้งนายกฯ
แม้จะยังไม่มีความแน่นอนว่าการเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภาจะเกิดขึ้นหรือไม่ในวันที่ 2 พ.ค. แต่ความเคลื่อนไหวในการช่วงชิงตำแหน่งประมุขวุฒิสภายังเป็นไปอย่างดุเดือดและเข้มข้น ระหว่างฝ่าย สว.เลือกตั้ง และฝ่าย สว.สรรหา
แม้จะยังไม่มีความแน่นอนว่าการเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภาจะเกิดขึ้นหรือไม่ในวันที่ 2 พ.ค. แต่ความเคลื่อนไหวในการช่วงชิงตำแหน่งประมุขวุฒิสภายังเป็นไปอย่างดุเดือดและเข้มข้น ระหว่างฝ่าย สว.เลือกตั้ง และฝ่าย สว.สรรหา
ฝ่าย สว.สรรหา นำโดยกลุ่ม 40 สว. ยืนยันจะส่ง สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เป็นผู้ท้าชิงเพียงคนเดียว ซึ่งเรื่องเสียงสนับสนุนนั้นทางกลุ่มได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มั่นใจว่ามี สว.เลือกตั้งและสรรหาพร้อมเทคะแนนให้สุรชัยในระดับ 70-80 เสียง
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าว่าการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาจะต้องมีขึ้นให้ได้ก่อนที่ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ค. เพราะถ้าปล่อยให้เลยช่วงเวลานี้ไปจะทำให้การเลือกตั้งประธานวุฒิสภาต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากจะไม่มีเรื่องการแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 มาเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่การเปิดประชุมวุฒิสภาอีกครั้งได้
ผลเสียหายหากการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาต้องชะลอออกไป อาจเปิดทางให้ สว.สายเลือกตั้งที่เพิ่งเข้ามาทำงานกันใหม่รวมตัวกันได้เป็นเอกภาพ จึงจำเป็นต้องเร่งปิดเกมเลือกตั้งประธานวุฒิสภาให้เร็วที่สุด
ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้กลุ่ม 40 สว.เตรียมเสนอญัตติให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภาในวันที่ 2 พ.ค. หลังจากเสร็จสิ้นวาระการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติ “สุภา ปิยะจิตติ” ว่าที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการสรรหากรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ
ขณะที่ กลุ่ม สว.เลือกตั้งก็เตรียมส่ง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ สว.สรรหา เป็นคู่ท้าชิง สาเหตุเพราะ สว.เลือกตั้ง เพิ่งได้รับเลือกเข้ามา ความเป็นปึกแผ่นยังมีน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่ม สว.สรรหาที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปี ทำให้ยอมรับสภาพว่าเป็นรองพอสมควร แม้ว่าจะมีแรงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยถึงขั้นโทรศัพท์ต่อสายตรงไปยัง สว.ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สว.เลือกตั้งยังไม่ยอมยกธงขาวให้กับศึกชิงประธานวุฒิสภา เพราะรู้ดีว่าหากตำแหน่งประธานวุฒิสภาต้องตกอยู่ในมือของกลุ่ม 40 สว. ย่อมเอื้อให้วุฒิสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 หากเกิดสุญญากาศ กรณี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะรัฐมนตรีหลุดจากเก้าอี้ในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินสถานภาพของนายกรัฐมนตรี ในปม โยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กลุ่ม สว.เลือกตั้งเตรียมแผนสำรองไว้หากยังล็อบบี้ไม่สำเร็จ และเช็กเสียงแล้วเป็นรองสาย สว.สรรหา ก็จะเสนอญัตติเลื่อนการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาออกไปแบบไม่มีกำหนด
งานนี้มี จองชัย เที่ยงธรรม สว.สุพรรณบุรี เป็นผู้นำทีมและขอเสียงสนับสนุนจาก สว.ด้วยตัวเอง โดยหวังลึกจะขึ้นชิงประธานวุฒิสภาคนใหม่







