
ชงคู่ขัดแย้งเว้นวรรคปฏิรูป 1 ปี
จนถึงวันนี้ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังคงเป็นคีย์แมนคนสำคัญคนหนึ่งที่ยังคงเดินหน้ารวบรวมข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศต่อไป ผ่านเครือข่ายที่ชื่อว่า “เดินหน้าปฏิรูป”
จนถึงวันนี้ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังคงเป็นคีย์แมนคนสำคัญคนหนึ่งที่ยังคงเดินหน้ารวบรวมข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศต่อไป ผ่านเครือข่ายที่ชื่อว่า “เดินหน้าปฏิรูป”
ครั้งนี้ กิตติพงษ์ เชิญคู่ขัดแย้งอย่าง กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ จารุพรรณ กุลดิลก อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ร่วมรับฟังแนวทางด้วย ซึ่งทั้งสองก็เห็นด้วยเป็นอย่างดี
สำหรับข้อเสนอของเครือข่าย 4 ข้อ ได้แก่ 1.การปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เป็นเป้าหมายร่วมกันของคู่ขัดแย้งและประชาชนทุกฝ่าย จึงควรใช้โอกาสนี้ร่วมกันออกจากกับดัก 2.พลังทางสังคมที่เกิดจากความตื่นตัวและต้องการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งนี้ มีมากพอที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูป
3.ประชาธิปไตยของไทยยังไม่ถึงทางตัน แต่ยังสามารถอาศัยกลไกระบอบประชาธิปไตย ร่วมหาทางออกจากความขัดแย้งได้ และ 4.การกำหนดวันเลือกตั้งและกระบวนการเลือกตั้งอย่างเดียว โดยมิได้หาทางออกร่วมกัน นอกจากจะไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาแล้ว ยังอาจสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นในสังคมไทย
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายฯ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดเงื่อนไขทางการเมืองถอยกันคนละก้าว รวมถึงเร่งสร้างหลักประกันที่มีพันธะผูกพันทางการเมือง เพื่อนำประเทศก้าวสู่การปฏิรูปโดยเร็ว
กิตติพงษ์ ขยายความว่า การปฏิรูปและการเลือกตั้ง จำเป็นต้อง เชื่อมโยงกัน มากกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยหากเลือกตั้งภายใต้ความขัดแย้งต่อไปก็อาจเจอกับปัญหาเดิม เช่น ไม่สามารถหาเสียงได้ในทุกพื้นที่ หรือลงคะแนนไม่ได้
ปลัดกระทรวงยุติธรรม บอกว่า หากคุยเรื่องความขัดแย้งในอดีต เพียงเรื่องเดียวก็อาจคุยกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นจุดร่วมเดียวที่มีอยู่อย่าง “การปฏิรูป” จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้คู่ขัดแย้งหันมาคุยกันว่าจะ ปฏิรูปอย่างไร ให้มีระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีกระบวนการยุติธรรมที่ดี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างหลักนิติธรรมเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย
“การเลือกตั้งคราวหน้าอาจเปลี่ยนโหมดจากการเลือกตั้งปกติไปสู่การมีรัฐบาลชั่วคราวเพื่อการปฏิรูป 1 ปี เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองจะต้องเปลี่ยนนโยบายไปสู่การเสนอว่าจะปฏิรูปอย่างไรเท่านั้น โดยอาจ ให้นักการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้งทั้งหมดเสียสละว่าจะไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อให้การปฏิรูปสามารถดำเนินการต่อไปโดยไม่มีความขัดแย้ง” กิตติพงษ์ ระบุ







