อีสานเผชิญเคราะห์ซ้ำหนีนาปรังเจอภัยแล้ง
ภาคอีสานก็ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรเช่นเดิม แม้จะไม่ถึงขั้นเสียหายทั้งหมด แต่ภัยแล้งก็กระทบถึงคุณภาพของผลผลิต
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์ภัยแล้งคุกคามทั่วทุกพื้นที่ ใช่เพียงแต่อุณหภูมิเฉลี่ยที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 40 องศาเซลเซียส แต่ความแห้งแล้งขาดน้ำยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ 42 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 12 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก 6 จังหวัด และภาคใต้ 7 จังหวัด มีหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน 17,870 หมู่บ้าน ระดับน้ำใช้การในเขื่อนต่างๆ ทุกภาคอยู่ในระดับ 30-20% เกษตรกรได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า
แม้จะหนีการทำนาปรังจากปัญหาความไม่ชัดเจนของนโยบายจำนำข้าว อีกทั้งต่างรู้ซึ้งในภาวะเสี่ยง ขาดทุนจากนาล่ม เพราะความแห้งแล้งดังที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี หันมาปลูกพืชไร่ที่ใช้น้ำน้อยทดแทน แต่เกษตรกรจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรเช่นเดิม แม้จะไม่ถึงขั้นเสียหายทั้งหมดเช่นข้าวแห้งตายคานา แต่ภัยแล้งก็กระทบถึงคุณภาพของผลผลิต
สำเนียง บุญโสม ชาวบ้านตลาดเจียบ ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่หันมาปลูกบวบหารายได้เสริมหลังจากเว้นการทำนาปรัง ประสบปัญหาอากาศที่ร้อนจัดและไม่มีแหล่งน้ำ อีกทั้งยังเกิดเพลี้ยขึ้นตามลำต้น จึงทำให้บวบที่ปลูกนั้นมีขนาดเล็กกว่าปกติ ช่วงปลายลูกบวบจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองและแห้ง เนื่องจากน้ำไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอทำให้ราคาตกลง จากเดิมที่เคยขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท ก็ลดเหลือกิโลกรัมละ 7-8 บาท
ด้าน จ.นครพนม อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบแม่พันธุ์ไก่ไข่ไม่กินอาหาร ออกไข่น้อยลงเกือบเท่าตัว อีกทั้งยังดูแลยาก จะต้องมีการฉีดพ่นน้ำตามโรงเรือนวันละ 2-3 รอบ และต้องคอยหมั่นตรวจสอบดูแลให้อาหารและน้ำบ่อยขึ้น เนื่องจากอากาศร้อนจัดทำให้ไก่เกิดความเครียด ออกไข่น้อย บางตัวติดเชื้อป่วยตาย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ ลดลงเท่าตัว ซึ่งปัจจุบันจากปกติไข่จะมี 5 ขนาด คือ เบอร์ 0 ใหญ่สุด ไปถึงเบอร์ 5 เล็กสุด แต่ในช่วงอากาศร้อนส่วนใหญ่ไข่จะมีแต่ขนาดเบอร์ 3-5 เท่านั้น ทำให้ขายได้ราคาลดลง
สุริกา สวยสา เกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม บอกว่า แม้ราคาไข่ไก่จะอยู่ในระดับดี แต่ผลผลิตกลับลดลง สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงการขาดทุน ถ้าอากาศยังร้อนอบอ้าวต่อเนื่องยิ่งจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงไก่ติดเชื้อ เกิดโรคระบาดตายได้
ด้านผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน นพ.ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา เปิดเผยว่า อากาศ ที่ร้อนจัดส่งผลให้ประชาชนที่จำเป็นจะต้องทำงาน ตากแดดเป็นระยะเวลานาน หรือคนที่จะต้องนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานาน โดยเฉพาะรถที่ไม่มีระบบทำความเย็น จะทำให้เกิดเป็นไข้แดด หรือฮีตสโตรก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานน้อย เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงต้องป้องกันโดยการดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ หากพบเห็นผู้ที่เป็นจากอากาศที่ร้อนจัดควรให้นอนราบกับพื้น ให้เลือดหมุนเวียนไหลไปหล่อเลี้ยงสมองได้โดยเร็วที่สุด ไม่ควรยกศีรษะขึ้น
สำหรับจำนวนผู้ป่วยฮีตสโตรกในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ พบว่ามีรายงานเข้ามาไม่ถึง 20 ราย ถือว่าน้อยกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะได้มีการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อเป็นการป้องกัน
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า อีกกว่าครึ่งเดือนคือเข้าสู่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จึงจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ก็คงเผชิญกับภาวะแห้งแล้งอีกไม่นานเกินไปนัก แต่หากภัยแล้งคงอยู่นานกว่านั้นผลกระทบตามมาจะยิ่งขยายมากขึ้น ทั้งปัญหาผลผลิตการเกษตรซึ่งหมายถึงรายได้และปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ ในยามที่การจ้างงานลดน้อยถอยลงตามภาวะผันผวนของเศรษฐกิจที่มีการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ


