
ยืมมือยูเอ็น
มาตรการทางทหารที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำมาใช้คลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งยึดพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
ความสูญเสียเกิดจากความพยายามต่อต้านปฏิบัติการทางทหารซึ่งกำลังปิดล้อมพื้นที่ ด้วยยุทธวิธีเข้าโจมตีทหารในหลายระดับ แน่นอนว่า การเสียชีวิตและการบาดเจ็บของบุคคลจำนวนหนึ่งนั้นเกิดจากการยิงสกัดของฝ่ายทหาร อย่างไรก็ตามมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มที่แฝงตัวในกลุ่มชน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการปล้นชิงทรัพย์สินจากประชาชนและร้านค้าสภาพเช่นนี้ลามไปในหลายจุดของเมืองหลวง ทำให้ประเทศเดินสู่สภาพใกล้สงครามกลางเมืองเข้าไปทุกขณะ
ขณะเดียวกันการปิดล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ ตัดบริการสาธารณูปโภคต่างๆ เสบียงอาหาร บีบรัดให้บรรดาแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาร้องขอให้มีการเจรจา
ประเด็นน่าสนใจ คือ แถลงการณ์กลุ่ม นปช. แสดงท่าทีเสมือนยอมผ่อนปรนข้อเรียกร้อง ด้วยการขอเจรจากับรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขให้ทหารหยุดยิงและถอนตัวเข้ากรมกอง และให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาเป็นคนกลางในการเจรจา แต่กลับไม่พูดถึงการยอมยุติการชุมนุมอันเป็นหัวใจสำคัญ ต้นเหตุแห่งปัญหาที่ก่อให้เกิดสิ่งไม่พึงปรารถนา
หากย้อนกลับไปศึกษาถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง มีความพยายามจะลากดึงยูเอ็นให้มีการส่งกำลังเข้ามาในประเทศไทยโดยตลอดในรูปแบบกองกำลังสันติภาพ หากแต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับความสนใจจากยูเอ็น เนื่องจากข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่เข้าข่าย ไม่อยู่ในสถานะที่ยูเอ็นจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยได้
ย้อนกลับมาศึกษาสภาพปัจจุบัน จะเห็นถึงพัฒนาการของความรุนแรงที่จุดชนวนโดยคนบางกลุ่ม มองได้ว่ามีเป้าหมายให้เกิดสภาวะสงครามกลางเมือง เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวในการดูแลรักษาความสงบ ปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าประชาชนที่มีความเห็นต่าง
นั่นคือ การสร้างเงื่อนไขให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของไทยนั่นเอง เป็นเงื่อนไขที่ใครบางคนสร้างขึ้นด้วยชีวิตคนไทยและซากปรักหักพังของประเทศ
วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เคยด่าประณามยูเอ็นว่ายูเอ็นไม่ใช่พ่อ เมื่อเขาครองอำนาจ ได้ออกมาโผล่ตัวตนออกมาร้องหายูเอ็น สอดประสานเสียงกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และ สส. พรรคเพื่อไทย คือ ขอให้ยูเอ็นเป็นผู้อำนวยความสงบให้เกิดขึ้นแก่แผ่นดินไทย
ภาพที่ปรากฏเหล่านี้ล้วนชัดเจนว่า ใครกระทำการอะไร กำลังลากจูงประเทศไทยไปสู่สิ่งใด และหากจะกล่าวถึงเพื่อสิ่งใด สิ่งนั้นคือต้องการแรงกดดันจากนอกประเทศให้เข้าแทรกแซงอำนาจอธิปไตย เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้รอดพ้นจากอาชญากรรมที่ได้ก่อไว้กับแผ่นดิน
พึงถามตัวเองว่ายังจะยอมเป็นเครื่องมือให้เขาอยู่หรือ







