posttoday
วิกฤตวันนี้วิกฤตวันหน้า

วิกฤตวันนี้วิกฤตวันหน้า

18 พฤษภาคม 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

ก่อนหน้าที่จะเขียนบทความนี้มีข่าวว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดงที่ได้ถูกลอบยิงที่ศีรษะก่อนหน้านี้สองสามวันได้ถึงแก่กรรมไปแล้วในโรงพยาบาล ถึงผมจะไม่รู้จัก พล.ต.ขัตติยะ แต่ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน และเป็นพุทธมามกะคนหนึ่ง ก็อดเศร้าใจแทนผู้ล่วงลับไปแล้ว และบุตรสาวที่เห็นทางจอโทรทัศน์ไม่ได้ ขอภาวนาอย่าให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับใครอีกเลย

ผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ท่านผู้อ่านมีสติอย่าให้ถูกอารมณ์พาไปอย่างหลายคนที่ผมรู้จัก เพราะไม่ว่าท่านจะสะใจหรือแค้นใจล้วนแล้วแต่ไม่เกิดผลดีแก่ประเทศชาติทั้งสิ้น

การสะใจเมื่อคนถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายนั้นคงไม่ใช่วิสัยพุทธมามกะที่ดี และการเคียดแค้นชิงชังที่ผู้ที่นิยมชมชอบถูกลอบทำร้ายจนถึงแก่กรรมนั้นรังแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังแบ่งแยกคนไทยออกเป็นฝักฝ่ายหนักยิ่งขึ้น และก็ไม่ใช่วิสัยของพุทธมามกะที่ดีพึงกระทำเช่นเดียวกัน

ไม่ว่าท่านจะสะใจหรือแค้นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผลร้ายก็จะเกิดกับตัวท่านเอง ผมเขียนเรื่องนี้เพราะเผอิญพบกับลูกน้องเก่าคนหนึ่งที่เคยทำงานด้วยกันมาเล่าให้ฟังว่า เพิ่งไปโรงพยาบาลมาเพราะชาไปครึ่งตัวระหว่างขับรถ แล้วเกิดเครียดขึ้นมาเพราะเกิดอารมณ์ที่ว่าระหว่างฟังข่าวขณะที่รถติดเพราะถนนถูกปิด ก็ได้แต่ปลอบให้พยายามทำชีวิตให้เป็นปกติ อย่าเสพติดข่าวสารการเมืองโดยไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบโดยต้องตระหนักว่า คนธรรมดาอย่างเรานั้นอยู่วงนอกไม่มีทางทราบข้อมูลลึกๆ ของแต่ละฝ่ายที่กำลังรบราฆ่าฟันกันอยู่ ที่พูดๆ กันก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ส่วนมากเป็นการคาดเดาเอาเองจะได้ไม่เกิดอาการหลง เกิดอารมณ์สะใจหรือเคียดแค้นไปตามกระแสข่าว ลงบ้าง ขึ้นบ้าง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามสถานการณ์จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจโดยใช่เหตุ

ความจริงการแย่งชิงอำนาจที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังการเปลี่ยนแปลงปี พ.ศ. 2475 แต่ได้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง หลายหนแล้ว แต่ที่ไม่ดังไปหมดทั้งโลกนั้นคงเพราะตอนนั้น การสื่อสารยังไม่ไร้พรมแดนเหมือนโลกยุคอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผลกระทบต่อประเทศชาติจึงค่อนข้างจำกัดวงขอบเขตอยู่ในประเทศ หรือแม้แต่จำกัดอยู่ในกลุ่มอีลิตพวกผู้ปกครองที่แย่งชิงอำนาจกัน

แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติครั้งนี้ ผมว่าใหญ่หลวงยิ่งกว่าการที่ออกมาพูดว่าจีดีพีจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ หรือนักท่องเที่ยวจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศต่ำกว่าเป้าหมายกี่แสนคนมากนัก

ภาพของการต่อสู้กันกลางถนนในเมืองหลวง ภาพของประชาชนที่อุ้มลูกจูงหลานวิ่งหนีออกจากที่อยู่อาศัย ภาพของนายทหารระดับนายพลนายพันของทั้งสองฝ่ายที่ถูกลอบยิงจนถึงแก่ความตายคาเครื่องแบบนั้น ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ผมเองสุดจะบรรยายความรู้สึกครับตอนที่มีข่าวว่า เวียดนามในฐานะประเทศที่เป็นประธานสมาคมอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลไทยและกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน และให้หันมาเจรจากันด้วยสันติวิธี

เวียดนามเคยเป็นประเทศที่ไม่เคยขาดสงครามและการรบราฆ่าฟันกันทั้งกับประเทศอื่นและระหว่างคนเชื้อชาติเดียวกันนานหลายสิบปี เวียดนามเพิ่งรวมชาติได้และได้เปลี่ยนชื่อนครไซ่ง่อนเป็นนครโฮจิมินห์ ตามชื่อท่านประธานโฮจิมินห์ซึ่งเป็นแบบอย่างของบุคคลที่เกิดมาเพื่อประเทศชาติของท่านอย่างแท้จริงเมื่อประมาณ 2030 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่มั่นคง เศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเทศคู่แข่งแย่งชิงเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติของไทย และวันนี้เป็นประธานอาเซียน และเตือนคนไทยอย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน ช่างเป็นอะไรที่น่าเศร้าสำหรับคนไทยที่ยังจำภาพอธิบดีกรมตำรวจของเวียดนามใต้ใช้ปืนพกยิงหัวเวียดกงที่จับได้ต่อหน้านักข่าวกลางกรุงไซ่ง่อน และภาพเด็กผู้หญิงที่วิ่งร้องไห้เอาชีวิตรอดระหว่างสงคราม ขณะที่ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ประเทศนั้นในวันนี้กลับกลายเป็นประเทศที่กลับมาเตือนประเทศที่มั่งคั่งมั่นคงในวันนั้นให้เลิกรบราฆ่าฟันกันเอง

คนต่างชาติชาติหนึ่งที่โดยส่วนตัวผมเห็นว่าเป็นคนที่มีความรู้สึกที่ดีต่อคนไทยและประเทศไทยมาก คือ คนญี่ปุ่น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาคนญี่ปุ่นหรือนักลงทุนญี่ปุ่นนั้นไม่เคยคิดจะทอดทิ้งการลงทุนในประเทศไทย อย่าว่าแต่การปฏิวัติรัฐประหารเลยครับ ขนาดหลังสงครามเวียดนามตอนที่เวียดนามใต้ล่มถูกกองทัพเวียดนามเหนือลุยถึงทำเนียบประธานาธิบดีกลางกรุงไซ่ง่อน และมีข่าวว่ากองทัพเวียดนามอาจโจมตีทิ้งระเบิดเวียดนาม ทำให้เกิดทฤษฎีโดมิโนว่าไทยจะล้มตามประเทศอื่นในอินโดจีน นักลงทุนต่างชาติหลายชาติยอมขายทรัพย์สินราคาถูกๆ เพื่อย้ายฐานจากประเทศไทยเป็นระนาว ยกเว้นนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งเข้าใจการเมืองไทยและคนไทยดี ไม่ย้ายไปไหนและลงทุนเพิ่มขึ้นจนเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งของไทยจนถึงทุกวันนี้

เป็นครั้งแรกครับที่นักลงทุนญี่ปุ่นเริ่มออกอาการไม่มั่นใจความมั่นคงของระบบการเมืองในไทย เพราะเผอิญผมมีนัดที่จะประชุมกับนักลงทุนญี่ปุ่น ที่ไม่เคยขาดประชุม และตรงต่อเวลาการประชุมทุกครั้ง เที่ยวนี้หายหมด รวมทั้งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในกรุงโตเกียวท่านหนึ่งที่...เกี่ยวกับการทำวิจัยชิ้นหนึ่งในเมืองไทยก็รีบบินกลับไป

ผมก็เพิ่งทราบครับว่า เขากลัวการลอบยิงกันมากกว่าการเอารถถังออกมาปฏิวัติ เพราะเขาทราบว่า ทหารไม่มีวันกล้าเอาปืนรถถังยิงถล่มทำลายที่มั่นหรือประชาชนเป็นอันขาด แต่ไม่แน่ใจว่า ใครจะลอบยิงใคร และพลาดมาถูกเขาเมื่อไร อาจารย์คนนี้บอกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของความรุนแรงในเมืองไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหมือนประเทศในละตินอเมริกาหรือฟิลิปปินส์สมัยก่อนอย่างใดอย่างนั้น

เอาว่า ปัญหาที่กำลังจะตามมาในอนาคตใหญ่หลวงกว่าตัวเลขจีดีพีหรือการท่องเที่ยวปีนี้มากนัก รีบยุติการรบราฆ่าฟันกันและหาทางแก้ไขขัดแย้งของคนในชาติก่อนดีกว่า ถ้าไม่จำกัดลำดับความเร่งด่วน ก่อนหลังในการแก้ไขปัญหาให้ดี ประเทศนี้อาจถอยหลังย้อนเวลากลับไปเป็นเวียดนามหรือฟิลิปปินส์ 2โดยไม่รู้ตัว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ